ักครั้งแล้วกัน แต่นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย”
แมลงนิทราเฒ่ารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที จากนั้นจึงเปิดม่านแสงสีเขียวขึ้นมาอีกครั้ง แต่ลู่เฉินใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ค่อย ๆ กำจัดพลังม่านนี้ให้หมดไป และทำลายมันลงโดยไม่ลังเล
หากพูดว่าครั้งแรกนั้นเป็นเพราะโชค ทุกคนย่อมไม่เห็น แต่ตอนนี้เป็นครั้งที่สอง ทุกคนจึงได้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว และก็รู้สึกตกตะลึงขึ้นมา โดยเฉพาะหวังอวี่ที่ยังพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น “แมลงนิทราเฒ่า ท่านต้องยอมแพ้แล้ว!”
แมลงนิทราเฒ่ารู้สึกสับสน แต่ก็ไม่อยากทำให้เรื่องยุ่งยาก จึงทำได้เพียงถือไม้กวาดไว้ จากนั้นจึงมองไปยังลู่เฉินด้วยแววตาหดหู่ “ได้ เจ้าเข้าไปเถิด!”
ลู่เฉินจึงหมุนตัวและเดินตรงเข้าไปด้านใน
หวังอวี่หัวเราะแล้วมองไปยังแมลงนิทราเฒ่า “ในที่สุดท่านก็ต้องยอม!”
เถ้าแก่เนี้ยกระดกสุราเข้าปาก จากนั้นจึงมองไปยังเขาพร้อมกับรอยยิ้ม “บางครั้งท่านก็โดนหลอกเช่นกัน!”
แมลงนิทราเฒ่าอ่ยถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “เขาคือผู้ใดกันแน่?”
เถ้าแก่เนี้ยเดินไปพลางแนะนำไป ขณะที่ลู่เฉินกำลังเดินอยู่ด้านหน้า
เบื้องหน้าของลู่เฉินคือผืนหญ้า และเมื่อผ่านผืนหญ้านี้ไปก็มีต้นไม้อยู่บางส่วน
หากผ่านต้นไม้พวกนี้ไปก็จะมีรูปปั้นขนาดใหญ่สองตัวตั้งอยู่ตรงหน้าลู่เฉิน เมื่อมองขึ้นไป มันมีความสูงประมาณสิบชั้น เมื่อมองไปแล้วหนึ่งในนั้นคือเขาเอง ส่วนอีกตัวหนึ่งนั้นไร้ใบหน้า จึงไม่สามารถรู้ได้ว่าคือใคร
แต่เมื่อลู่เฉิ