วเขาคือผู้ใดกัน!’
ขณะเดียวกัน ลู่เฉินกลับตอบเพียงสั้น ๆ ทำให้หวังอวี่ถึงกับเบิกตากว้าง
“เอาล่ะ นำข้าไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้า” ลู่เฉินเอ่ยสั้น ๆ เช่นนั้น ทำให้หวังอวี่ตกตะลึงขึ้นมา “ว่าอย่างไรนะ?”
เถ้าแก่เนี้ยได้ยินแล้วถึงกับขมวดคิ้วมุ่น “แดนศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่พวกข้าก็ไม่มีคุณสมบัติพอจะเข้าไปได้!”
แมลงนิทราเฒ่าเอ่ยเยาะเย้ยขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่ธรรมดา แต่แดนศักดิ์สิทธิ์มีเพียงบุตรศักดิ์สิทธิ์กับประมุขเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้!”
ลู่เฉินมองไปยังพวกเขา “เพียงแค่พวกเจ้าบอกข้าว่าแดนศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ใด ข้าสามารถเข้าไปเองได้!”
หวังอวี่พูดขึ้นมาด้วยความกังวลใจ “เจ้าอย่าบ้าไปนักเลย ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ไม่สามารถเข้าไปได้!”
เถ้าแก่เนี้ยจึงเอ่ยขึ้นมาเช่นกัน “เจ้าหนุ่ม เจ้านับว่าเป็นผู้เก่งกาจ แต่สถานที่แห่งนั้น เจ้าเข้าไปไม่ได้จริง ๆ!”
“เป็นค่ายกลหรือไม่?” ลู่เฉินย้อนถาม ทั้งสามส่ายหัวแทนคำตอบ แมลงนิทราเฒ่ายังคงพูดด้วยความมั่นใจขึ้นมา “ข้าเคยเข้าไปยังสถานที่แห่งนั้นเมื่อตอนเป็นหนุ่มสาว! มันไม่ใช่ค่ายกลแน่!”
“โอ้? เช่นนั้นคืออะไรกัน?” ชายหนุ่มอยากรู้นักว่าที่นั่นเป็นสถานที่เช่นไรกัน
แมลงนิทราเฒ่ากลับยิ้มพลางมองลู่เฉิน “เจ้าหนุ่มน้อย ถึงแม้ข้าจะบอกเจ้าไป เจ้าก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะเข้าไปได้ ดังนั้นเจ้าจงยอมแพ้เสียเถิด!”
หวังอวี่พูดขึ้นมาอย่างเห็นด้วยเช่นกัน “ใช่ อย่าคิด