าดกลัวของคนทั้งสามนี้”
“เช่นนั้นก็มาเลย ให้พวกเขาสร้างค่ายกลขึ้นมาให้ชื่นชมเสียหน่อย จะดูเสียหน่อยว่าเก่งกาจเพียงใดเชียว” หนานเหยาไม่เพียงแต่จะไม่หวาดกลัวเท่านั้น แต่กลับตั้งใจพูดจาเสียดสี
เมื่อองค์ชายรองเห็นท่าทีของหนานเหยาจึงรู้สึกไม่พอใจ เขามองไปยังคนทั้งสามแล้วสั่งว่า “สั่งสอนเจ้าเด็กคนนี้เสีย!”
ฝ่ามือของทั้งสามปรากฏธง จากนั้นจึงสะบัดโบกไปมา ธงทั้งสามผืนแผ่กระจายแสงสีทองออกมาปกคลุมไปทั่วร่างกายของหนานเหยา ทำให้รอบตัวนางราวกับถูกล้อมไว้
ไม่เพียงเท่านั้น หนานเหยายังไม่สามารถแสดงพลังปราณของตนออกมาได้
ภาพดังกล่าวทำให้องค์ชายรองรู้สึกพึงพอใจ “เห็นหรือไม่ นี่คือความเก่งกาจของทั้งสามคนนี้!”
แต่หนานเหยาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว “เท่านี้หรือ? ยังคิดจะจัดการข้า?”
“อย่างไรหรือ? เจ้าคิดว่าจะสามารถหลุดพ้นไปได้อย่างนั้นหรือ?” องค์ชายรองหัวเราะ หนานเหยาจึงตอบกลับไปด้วยความมั่นใจ “มีอาจารย์อยู่ทั้งคน ไม่ว่าอันใดข้าก็ไม่กลัว!”
“ช่างน่าตลกนัก ลำพังอาจารย์เจ้าก็แทบจะเอาตัวเองไม่รอดเสียแล้ว เจ้ายังกล้าฝากความหวังไว้ที่เขาอีกหรือ?” องค์ชายรองเผยรอยยิ้มเย็นชา
“อาจารย์ของข้า พวกเจ้าไม่มีความสามารถที่จะจัดการเขาได้” หนานเหยายังคงไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย
องค์ชายรองได้ยินเช่นนั้นจึงรีบหันไปพูดกับทั้งสามคนทันที “ลงมือ!”
ทั้งสามเตรียมพร้อมที่จะลงมือ แต่ธงในฝ่ามือนั้น จู่ ๆ กลับตกลงบนฝ่ามือของลู่เฉิน และ ‘ค่