ไป จนสุดท้ายกลายเป็นเพียงกระแสอากาศ จากนั้นจึงหายไปจนไม่เหลือแม้แต่เงา
“คนล่ะ?” หนานลัวตกใจขึ้นมา แต่หนานเหยากลับถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “เคล็ดวิชาพรางกาย?”
องค์ชายรองและคนอื่น ๆ รู้สึกพึงพอใจขึ้นมา โดยเฉพาะองค์ชายรองที่ยังกล่าวเย้ยหยันออกมาว่า “แม้แต่เขาอยู่ที่ใด พวกเจ้ายังไม่รู้ แล้วยังคิดจะต่อต้านข้าอย่างนั้นหรือ?”
แต่ลู่เฉินกลับพูดเพียงสั้น ๆ ว่า “เคล็ดวิชาเหมันต์อำพรางของวังเหมันต์สงัด เป็นหนึ่งในความลึกลับของศาสตร์พรางกาย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถมองเห็นได้”
เมื่อหนานเหยาได้ฟังจึงรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที “อาจารย์ เขาอยู่ที่ใด?”
“มองเห็นแล้ว!” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็นำธนูเงามารออกมา ก่อนจะโจมตีไปยังอีกด้านหนึ่ง ธนูนั้นสามารถตามไล่ล่าได้ ทำให้เพียงไม่นานโหย่วหลงก็ถูกโจมตี แต่เมื่อครู่ลู่เฉินเพียงแค่ยิงธนูออกไปอย่างไม่ตั้งใจนัก ดังนั้นจึงทำให้ไม่ส่งผลอันใดมาก
ทว่าเมื่อเคล็ดวิชาเหมันต์อำพรางถูกเปิดเผย โหย่วหลงก็พลันรู้สึกกระวนกระวายขึ้นมา แต่หนานเหยากลับพึงพอใจ “เห็นหรือยัง? เมื่ออยู่ต่อหน้าอาจารย์ของข้า ไม่ว่าทักษะใดนั้นก็ไร้ประโยชน์!”
โหย่วหลงมองไปยังลู่เฉินด้วยความตกใจ “เป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่มีทางทำลายการพรางกายของข้าได้!”
องค์ชายรองกังวลใจและมองไปยังโหย่วหลง “เจ้าไหวหรือไม่?”
“เมื่อครู่เพียงแค่บังเอิญเท่านั้น!”
พูดจบ โหย่วหลงจึงพรางกายหายไปอีกครั้ง และครั้งนี้โหย่วหลงคิดวาง