นเหล่านั้นต่างก็หัวเราะลั่น หนานเหยาเห็นเช่นนั้นจึงรู้สึกประหม่าจนเนื้อตัวสั่น “เช่นนี้คงแย่แน่!”
เฮยเม่ยที่เฝ้ามองอยู่จากมุมหนึ่งกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พลังเพิ่มขึ้นหลายเท่าเช่นนี้ ไม่เชื่อว่าเจ้ายังจะสามารถต้านทานได้!”
ขณะที่ทุกคนต่างก็คิดว่าลู่เฉินคงต้อง ‘จบเห่’ อย่างแน่นอนนั้น ลู่เฉินกลับแผ่กลิ่นอายราชันย์หมื่นศาสตราออกมา!
นี่คือกลิ่นอายของราชาแห่งหมื่นศาสตราวุธ กลิ่นอายที่สมบัติวิญญาณทั้งหมดต่างต้อง ‘ศิโรราบ’
เมื่อลู่เฉินหลับตาลง แสงสว่างจาง ๆ ก็แผ่กระจายออกมาจากร่างกายของเขา ทุกคนต่างก็ไม่รู้ว่าแสงนี้คือสิ่งใด แต่แสงนี้ปกคลุมบนร่างของหานลั่วสุ่ย ทำให้พลังของหานลั่วสุ่ยลดลงทันที
ทุกคนพลันสับสนขึ้นมา ต่างก็ประหลาดใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
หานลั่วสุ่ยก็เช่นกัน เขาจึงยื่นมือข้างหนึ่งออกมา ปรากฏไข่มุกเม็ดสีฟ้าออกมาหนึ่งเม็ด และสิ่งนี้ก็คือไข่มุกหลอมปราณ
เมื่อเห็นพลังของไข่มุกหลอมปราณคล้ายกับกำลังหยุดลง และหานลั่วสุ่ยก็สัมผัสไม่ได้ถึงพลังปราณที่อยู่ด้านบน เขาจึงรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา “นี่ เกิดอะไรขึ้น?”
“ข้าบอกแล้ว ยืมพลังภายนอกมาใช้นั้น นับว่าไร้ประโยชน์!” ลู่เฉินลืมตาขึ้น เขาหัวเราะออกมาพลันมองไปยังหานลั่วสุ่ย
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อทุกคนเห็นฉากที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ นั่นก็คือเกราะวิญญาณนั้นลอยออกไปจากร่างของหานลั่วสุ่ย จนไปตกอยู่หน้าปลายเท้าของลู่เฉิน
“นี่… เกิดอะไรขึ้น?” ทุก