คนพลันสงสัยขึ้นมา ในขณะที่หานลั่วสุ่ยมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
และไข่มุกหลอมปราณที่ยังไม่มีการตอบสนองใด ๆ ก็ลอยมาอยู่บนฝ่ามือของลู่เฉิน
นี่จึงทำให้ทุกคนตกตะลึงขึ้นมา ส่วนคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดต่างก็เริ่มกังวลใจขึ้นมาเสียแล้ว
หนานเหยาที่อยู่อีกด้านหนึ่งตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “อาจารย์ ท่านสุดยอดเสียจริง!”
หนานลัวรู้สึกตกใจขึ้นมา “สมบัติวิญญาณ เหตุใดจึงถูกเขานำไปเช่นนั้นได้?”
หานลั่วสุ่ยมองไปยังลู่เฉินด้วยแววตาโกรธเคือง “คืนมาให้ข้า!”
“ของมาอยู่บนมือแล้ว คิดจะคืนให้เจ้านั้น เป็นไปไม่ได้!” เมื่อลู่เฉินพูดจบ ไข่มุกนั้นจึงเริ่มเปล่งแสงสว่างสีน้ำเงินออกมา จากนั้นทุกคนจึงเห็นว่ามวลพลังของลู่เฉินนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
บางคนถึงกับเบิกตากว้าง “เขาสามารถใช้สมบัติวิญญาณของผู้อื่นได้จริง ๆ หรือ?”
“นี่ เหลือเชื่อเกินไปเสียแล้ว!”
เพียงไม่นาน ทั่วทั้งสนามก็เกิดเสียงถกเถียงดังขึ้น หานลั่วสุ่ยหวาดกลัวขึ้นมาเพราะตนนั้นไม่มีเกราะวิญญาณแล้ว ดังนั้นเขาถึงรีบถอยออกมาทันที และตะโกนไปยังคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด “ถอย!”
จากนั้นทุกคนจึงได้เห็นคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัด ‘รีบร้อน’ หนีกระจายออกไปทันที ทำให้ทุกคนพลันสับสนขึ้นมา
ลู่เฉินเก็บเอาไข่มุกและเกราะวิญญาณกลับมาด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่าจะไม่โง่ เข้าใจหนีกันนี่!”
หนานลัวตกตะลึงขึ้นมา จนกระทั่งหนานเหยาก้าวขึ้นมาพลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงโก