รตาย!”
ในตอนนั้นเฮยเม่ยได้ปรากฏตัวออกมา และสีหน้าก็ดูไม่ดีนัก “ข้าหลงคิดว่าพวกเจ้าจะแข็งแกร่งนัก แต่ดูผลที่ออกมาสิ!”
“หุบปาก!” หานลั่วสุ่ยสูญเสียสมบัติวิญญาณไป ภายในใจย่อมโกรธแค้นดั่งไฟสุมอก และเมื่อได้ยินเฮยเม่ยพูดจาดังกล่าว จึงยิ่งทำให้เขามีสีหน้าไม่ดีนัก
“ถึงแม้ข้าจะไม่พูด แต่ทั่วทั้งนคร แม้แต่คนของแดนทักษิณาต่างก็หัวเราะเจ้า” เฮยเม่ยกล่าว
คำพูดดังกล่าวทำให้สีหน้าของหานลั่วสุ่ยยิ่งดูแย่ลง “ข้าจะต้องหาวิธีสังหารเขาให้ได้!”
“ข้าจะรีบกลับไปรายงานแก่พระสนมเสียก่อน ส่วนพวกเจ้า ทางที่ดีคือรีบแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นหากถูกพระสนมกล่าวโทษ ข้าก็คงช่วยพวกเจ้าไม่ได้” เฮยเม่ยพูดจบก็หมุนตัวเดินจากไป
หานลั่วสุ่ยมีสีหน้าไม่ดีนัก
“ศิษย์พี่หาน ทำอย่างไรดี?” มีคนเอ่ยถามขึ้นมา ส่วนหานลั่วสุ่ยก็ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร
และในขณะนั้นเอง อีกด้านพลันมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา หนึ่งในผู้นำเอ่ยอย่างติดตลกขึ้นมาว่า “สนใจจะร่วมมือกันหรือไม่?”
หานลั่วสุ่ยหมุนตัวไปตามเสียง เมื่อเห็นคนกลุ่มนั้นจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “พวกเจ้าคือใคร?!”
“โหย่วหลงแห่งวังเหมันต์สงัด!” ผู้นำคนดังกล่าวมีนามว่าโหย่วหลง และเขาเฝ้ามองการเผชิญหน้ากันระหว่างลู่เฉินและหานลั่วสุ่ย ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะเอาชนะหานลั่วสุ่ยเพื่อที่จะจัดการลู่เฉินด้วยกัน เป็นการเพิ่มโอกาสในการเอาชนะ
หานลั่วสุ่ยกลับตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “เหตุใดข้าจึง