กกลุ่มทหารยามเกราะดำเข้ามา
เพียงไม่นาน สนามแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนไม่น้อย
หานลั่วสุ่ยมองมาด้วยสายตาเย็นชา “พวกเจ้าอยากตายจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
เมื่อหนานลัวตัดสินใจแล้ว เขาย่อมไม่ยอมถอยเป็นแน่ จึงกล่าวออกไปเพียงสั้น ๆ ว่า “ราชวงศ์หนานโยวไม่ได้มีแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น”
“ได้! จองหองยิ่งนัก!” บนร่างของหานลั่วสุ่ยแผ่กระจายไอความเย็นออกมา แต่ลู่เฉินกลับมองไปยังหนานลัวและคนอื่น ๆ “พวกเจ้าถอยไปเสียก่อน มีเพียงข้าจัดการเขาก็พอแล้ว!”
เมื่อทุกคนได้ยินว่าลู่เฉินจะเข้าไปจัดการหานลั่วสุ่ยเพียงลำพัง แต่ละคนจึงพลันตกตะลึงขึ้นมา หนานเหยายิ่งรู้สึกกังวลใจจนเอ่ยออกมาว่า “อาจารย์ ข้าไม่ยอมให้ท่านไปเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นเพียงลำพังแน่!”
หนานลัวจึงพูดขึ้นมาบ้างเช่นกัน “คุณชายลู่ ในเมื่อข้าตัดสินใจแล้ว อย่างไรข้าก็จะเผชิญหน้ากับคนพวกนั้นไปพร้อมกับท่าน”
ลู่เฉินกลับยิ้มออกมาและมองไปยังพวกเขา “พวกเจ้าคงไม่คิดว่า ข้ารับมือกับคนพวกนั้นไม่ได้หรอกนะ?”
หนานลัวและคนอื่น ๆ ไม่ตอบอะไร แต่ภายในใจต่างก็คิดว่าลู่เฉินนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหานลั่วสุ่ยผู้นี้ โดยเฉพาะทหารยามเกราะดำเหล่านั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่สายตาของทุกคนแสดงให้เห็นว่าลู่เฉินนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหานลั่วสุ่ยเป็นแน่
บรรดาคนรับใช้ เหล่าทหารรักษาการณ์ รวมทั้งผู้คนที่เฝ้ามองดูอยู่ก็คิดเช่นนั้น
ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังพวกเขา