งกลางฝ่ามือทั้งสองนั้น จึงได้เห็นลูกบอลที่แผ่ไอความเย็นสองลูกกำลังหลอมพลังอยู่
ไม่เพียงเท่านั้น ทุกคนยังเห็นว่าบนร่างของหานลั่วสุ่ยถูกโอบล้อมไปด้วยไอความเย็น ราวกับว่ารอบด้านกำลังถูกล้อมไปด้วยเมฆหมอก
ผู้คนที่เฝ้าดูอยู่รอบ ๆ ต่างก็เบิกตากว้างอ้าปากค้าง ส่วนคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดนั้นต่างก็ส่งเสียงดังขึ้นมา
หนานเหยารู้สึกกังวลใจขึ้นมา แต่หนานลัวนั้นกลับเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย “อาจารย์ของเจ้าจะต้านทานได้หรือไม่?”
“ข้า ข้าก็ไม่รู้” หนานเหยาไม่เข้าใจเท่าใดนัก แต่ทันใดนั้นเอง หญิงสาวผู้หนึ่งที่ยืนอยู่บริเวณใกล้ ๆ ก็พึมพำออกมา “สมควรตาย!”
หญิงสาวผู้นี้ แท้จริงแล้วคือเฮยเม่ยนั่นเอง
แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ เมื่อหานลั่วสุ่ยโจมตีไปยังลู่เฉินนั้น ลู่เฉินกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย และ ‘กำแพงพันชั้น’ ก็ถูกทำลายไปเพียงแปดสิบกว่าชั้นเท่านั้น
นี่จึงทำให้ผู้คนมากมายที่เฝ้าดูอยู่ต่างก็ตกตะลึงขึ้นมา
บางคนถึงกับพูดขึ้นมาด้วยอาการเหม่อลอย “ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปเสียแล้ว!”
“มีผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานเช่นนี้ด้วยหรือ?”
“นี่ถือเป็นการเปิดโลกครั้งใหม่เลยก็ว่าได้!”
…
หนานเหยารู้สึกพึงพอใจขึ้นมา “อาจารย์สามารถต้านทานได้”
เมื่อหนานลัวเห็นดังกล่าวก็รู้สึกพึงพอใจเช่นกัน แต่หานลั่วสุ่ยนั้นยังคงไม่พอใจ กลับเพิ่มพลังเข้าไปอีก ทำให้การป้องกันของลู่เฉินยิ่งถูกทำลายมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ลู่เฉินนั้นยังค