งไม่วางมือ และยังนำกระบี่สยบเก้าทิศออกมา จากนั้นจึงเริ่มสะสมพลัง
เมื่อหานลั่วสุ่ยเห็นว่าลู่เฉินยังกล้าที่จะสะสมพลัง เขาจึงกล่าวด้วยสายตาเย็นชา “เจ้าคิดว่าจะสามารถทำให้ข้าบาดเจ็บได้อย่างนั้นหรือ?”
“เพียงแค่ลองดูถึงจะรู้ได้” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้าย หานลั่วสุ่ยจึงรวบรวมม่านไอความเย็นขึ้นมา และยังกล่าวออกมาอย่างกล้าหาญ “ข้าจะบอกเจ้าให้ สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดของข้าก็คือการป้องกัน”
“โอ้?” ลู่เฉินยิ้มประหลาด
หานลั่วสุ่ยจึงเผยรอยยิ้มเย็นชาแล้วกล่าวว่า “ท่ามกลางผู้ฝึกตนขั้นก่อกำเนิดในแดนศักดิ์สิทธิ์เมฆาสงัดนั้น นอกจากบุตรศักดิ์สิทธิ์แล้ว การป้องกันของข้าก็ไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้!”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้น ต่างก็พลันตกตะลึงขึ้นมา แต่ลู่เฉินกลับไม่ใส่ใจนัก เขายังคงรวบรวมปราณกระบี่ ขณะเดียวกันก็ได้สำแดง ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ดูดซึมซับสิ่งรอบข้างที่มี ‘พลังปราณ’ เข้ามาทั้งหมด
ดังนั้นผู้คนมากมายจึงต่างพบว่า เม็ดยาที่อยู่ในมือของตน หรือแม้แต่ข้าวของที่ตนถืออยู่นั้น พลังปราณค่อย ๆ ลดลง จนต่างก็พากันอุทานออกมา
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่ต้นไม้พืชพรรณที่อยู่รอบ ๆ ก็ค่อย ๆ แห้งเหี่ยวลง
หนานลัวและคนอื่น ๆ ต่างก็แปลกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น
หานลั่วสุ่ยรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนักจึงกล่าวออกมาว่า “เจ้า… เจ้าทำอะไรกัน?”
“อะไร? กลัวอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่กลัว!” หานลั่วสุ่ยตอบกลับด้วยความกล้าหาญ ลู่เฉินจึงย