ปมองด้านบนแต่ก็สามารถไม่สามารถมองเห็นออกไปได้เกินระยะสิบก้าว
ส่วนกุ๋ยเจี่ยจื่อที่อยู่อีกด้านหนึ่งกลับพูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว “ดูสิ แม้แต่เงาร่างผู้คนก็มองไม่เห็น”
“หน้าผาภูตนี้อยู่ด้านบนนั้นหรือ?”
“อืม” กุ๋ยเจี่ยจื่อขานรับ ลู่เฉินจึงเผยยิ้มออกมา “ไปเถอะ”
กุ๋ยเจี่ยจื่ออดไม่ได้ที่จะก้าวตามลู่เฉินเพื่อขึ้นไปยังภูเขาแห่งนี้
แต่เมื่อเดินออกไปได้ประมาณสิบกว่าก้าว รอบข้างก็เกิดเสียงเคลื่อนไหวจากบางสิ่ง และเสียงนั้นก็ค่อย ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำให้กุ๋ยเจี่ยจื่อหวาดกลัวขึ้นมา “มาแล้ว นักรบภูตมาแล้ว”
ลู่เฉินมองไปยังต้นกำเนิดของเสียงนี้ จนกระทั่งครู่หนึ่ง ร่างที่แผ่กระจายไอภูตนี้ก็ปรากฏตัวออกมา
คนผู้นี้เหมือนกับกุ๋ยเจี่ยจื่อไม่ผิดเพี้ยน ทั่วทั้งใบหน้าเป็นสีขาวซีด แต่ไอภูตบนร่างกายกลับมีความหนาแน่นมากกว่า และด้านหลังนั้นได้แบกโลงศพไว้ ดูแล้วไม่ง่ายนัก
กุ๋ยเจี่ยจื่อกระซิบเบา ๆ ออกมา “ระวังโลงศพนั่น”
“มีอะไรพิเศษหรือ?”
“โลงศพนั่นสามารถทำให้พวกเขาน่ากลัวมากยิ่งขึ้น” กุ๋ยเจี่ยจื่อตอบกลับ และในขณะนั้นเอง คนผู้นั้นกลับเอ่ยออกมา พลางจ้องมองไปยังกุ๋ยเจี่ยจื่อที่สวมหน้ากากเดินนำมา “เจ้าไม่ลาดตระเวน แต่กลับนำคนนอกเข้ามาที่นี่?”
“คือว่า…” กุ๋ยเจี่ยจื่อไม่รู้จะอธิบายเช่นไร คนผู้นั้นจึงตะโกนขึ้นมา “ทรยศสำนักภูเขาภูต สมควรตาย!”
อีกฝ่ายพูดจบก็ฟาดฝ่ามือขึ้นไปบนอากาศ สำแดงเงาฝ่ามือสีดำออกมาและพุ่งไปยังกุ๋ยเจี