่ยจื่อ
ลู่เฉินเห็นเช่นนั้นจึงเริ่มเคลื่อนไหว เพื่อให้เงาฝ่ามือสีดำนั้นพุ่งเข้าสู่ร่างของตนอย่างอิสระ กุ๋ยเจี่ยจื่อเห็นเช่นนั้นจึงตกตะลึงขึ้นมา “ช่างเก่งกาจนัก”
นักรบภูตนั้นเดิมทีคิดว่าลู่เฉินอ่อนแอ เพียงแค่จัดการกุ๋ยเจี่ยจื่อให้เรียบร้อย จากนั้นจึงค่อยจัดการลู่เฉินต่อ
ทว่าผู้ใดจะคิดว่าลู่เฉินกลับแข็งแกร่งมากกว่าที่คิด
จึงทำให้นักรบภูตมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา “เจ้าคือใคร เหตุใดจึงไม่เกรงกลัวต่อการโจมตีของข้า!”
“เพราะเคล็ดวิชาภูตของเจ้านั้นไม่แข็งแกร่งพอ” ลู่เฉินยิ้ม นักรบภูตจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “แม้ว่าเคล็ดวิชาภูตของข้าจะไม่แข็งแกร่ง แต่สำหรับการจัดการกับผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานนั้น นับว่าไม่ใช่ปัญหา”
“ยังอ่อนแอมากนัก!” ประโยคของลู่เฉินกลับกระตุ้นนักรบภูตผู้นี้ ทำให้นักรบภูตเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “รอก่อนเถิด เจ้าจะไม่คิดเช่นนั้น!”
ครั้นเอ่ยจบ อีกฝ่ายจึงหันไปยังทิศทางของโลงศพ ไอภูตผีรอบด้านพลันหลั่งไหลเข้ามาทันที
เพียงไม่นาน โลงศพนี้ก็เกิดแสงสีดำสว่างวาบออกมา จากนั้นกลิ่นอายของนักรบภูตผู้นี้ก็เปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งขึ้นมาทันที
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังพบว่ารากวิญญาณของเขาเปลี่ยนจากห้าดาวเป็นแปดดาว และยังเป็นธาตุมืดแปดดาวเสียด้วย
นี่จึงทำให้ลู่เฉินรู้สึกพึงพอใจจนเผยยิ้มออกมา “ดีมาก!”
“ดีมาก?” อีกฝ่ายจ้องมองมายังลู่เฉินด้วยความประลาดใจ
ลู่เฉินจึงแสยะยิ้มออกมา “มาเถ