ิด!”
“เจ้าคิดจริง ๆ หรือ ว่าข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้?” คนผู้นี้คิดว่าลู่เฉินนั้นดูเกรี้ยวกราดเกินไป ส่วนกุ๋ยเจี่ยจื่อที่อยู่ด้านหลังลู่เฉินนั้นพูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว “ไอภูตผีหนาแน่นมาก!”
ขณะนั้นเดียวกัน พลังของนักรบภูตก็เพิ่มมากขึ้น จากนั้นจึงสำแดงเคล็ดวิชาภูตที่แข็งแกร่งออกมา
เมื่อเห็นฝ่ามือที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อครู่หลายสิบเท่าที่พุ่งโจมตีไปยังร่างกายของลู่เฉิน จึงทำให้นักรบภูตคิดว่าจะทำให้จิตวิญญาณของลู่เฉินแตกสลายไปได้อย่างง่ายดาย
แต่สิ่งที่ทำให้นักรบภูตคิดไม่ถึงก็คือ ลู่เฉินกลับไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ และยังเผยรอยยิ้มออกมา “ยังอ่อนแออยู่นัก”
“ว่าอย่างไรนะ?” นักรบภูตตกตะลึง ส่วนกุ๋ยเจี่ยจื่อนั้นเอ่ยด้วยความตกใจ “ช่างเก่งกาจนัก!”
นักรบภูตรู้สึกไม่พอใจเท่าใดนักจึงลงมือต่อไป แต่ผลกลับออกมาเช่นเดิม ไม่ว่านักรบภูตจะใช้เคล็ดวิชาภูตใด ๆ ก็ไม่สามารถทำให้ลู่เฉินบาดเจ็บได้ นักรบภูตจึงถอนหายใจออกมา “เช่นนั้น ข้าคงไม่ต้องใช้เคล็ดวิชาภูตแล้ว!”
นักรบภูตเปลี่ยนไปใช้พลังปราณแทน แสดงเคล็ดวิชาออกมาเป็นเงาลูกศรสีดำ และเงาศรสีดำนี้ก็พุ่งออกไป
เมื่อสายตาหันไปเห็นเงาร่างศรเหล่านี้กำลังพุ่งโจมตีมายังตน ลู่เฉินจึงเปิด ‘กำแพงพันชั้น’ ออกมา ทำให้การโจมตีของอีกฝ่ายทำลายกำแพงไปเพียงสิบกว่าชั้นเท่านั้น
“นี่…!” นักรบภูตตกตะลึงขึ้นมา เขาคาดไม่ถึงว่าลู่เฉินที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้