ั้นที่เก้าแล้วสินะ?” ชายหนุ่มยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเดินไปยังชั้นที่เก้า
ชั้นที่เก้านี้ แม้แต่ยื่นฝ่ามือออกมาก็ไม่สามารถมองเห็นนิ้วทั้งห้าได้ และไอภูตผีก็ยิ่งดูน่ากลัวขึ้นเป็นทวีคูณ
ลู่เฉินจึงหลับตาลง ก่อนจะใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อเข้าไปสัมผัสถึงสถานการณ์รอบ ๆ และชั้นที่เก้านี้มีเพียงหลุมฝังศพอยู่เพียงไม่กี่หลุมเท่านั้น
บนหลุมศพมีการสลักชื่อของบรรพบุรุษตระกูลหนานเอาไว้
แต่… นี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด
เพราะเขายังมองเห็นประตูหินบานหนึ่ง และเมื่อเปิดประตูหินเข้าไปก็พบว่าด้านในมีทางเดินอยู่
ลู่เฉินเดินไปตามทางเดิน
เมื่อเดินไปได้เพียงครึ่งทาง เขาก็เห็น ‘พื้นที่ว่าง’ ขนาดใหญ่ตรงหน้า
ทว่าไอภูตผีภายในนี้กลับบางเบาลงเล็กน้อย ขณะเดียวกันยังสามารถมองเห็นสถานการณ์รอบ ๆ ด้วยตาเปล่าเพียงระยะสิบกว่าเก้าเท่านั้น
“สถานที่นี้คือภูเขาภูตผีแห่งแดนทักษิณางั้นหรือ?” ลู่เฉินมองไปยังพื้นที่ว่างรอบ ๆ ด้วยสีหน้าแปลกใจ
ทันใดนั้น พลันมีกลุ่มคนชุดดำปรากฏตัวออกมา คนพวกนี้ต่างก็สวมหน้ากากหัววัวสีทองแดง
ผู้นำของกลุ่มคนเหล่านั้นตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผู้ใด!”
ลู่เฉินลอบสังเกตอีกฝ่าย เมื่อพบว่าเป็นผู้ฝึกวิถีภูตผีขั้นก่อกำเนิดจึงยิ้มออกมา “ข้ามาตามหาคน!”
“ข้าถามว่าเจ้าคือใคร เจ้าไม่ได้ยินหรือ?” เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าลู่เฉินไม่ตอบ จึงบันดาลโทสะขึ้นมา และคนอื่น ๆ แต่ละคนต่างก็เต็มไปด้วยไอภูตผีราวกั