งรู้สึกงุนงงขึ้นมา ลู่เฉินจึงค่อย ๆ ฉีกยิ้มพลางเอ่ยว่า “ข้าเพียงแค่มาตามหาคนเท่านั้น”
คนเหล่านี้ต่างมองหน้ากัน จากนั้นจึงค่อย ๆ หายตัวไปทีละคน
“วิ่งเร็วอะไรเช่นนี้?” ลู่เฉินยิ้มจาง ๆ แต่ผู้นำคนนั้นยังตะโกนขึ้นมาว่า “พวกเราไม่ได้วิ่ง แต่พวกเราเคลื่อนไหวค่ายกลบริเวณทางเข้าเพื่อสังหารเจ้า!”
ครั้นเอ่ยจบ จู่ ๆ รอบกายลู่เฉินก็ปรากฏลูกไฟนับไม่ถ้วน แต่ละลูกต่างก็พุ่งโจมตีไปยังเขา
ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม “กองกำลังเล็กเช่นนี้?”
“แค่ทำให้เจ้าตายก็พอ!” ผู้นำกล่าวด้วยความมั่นใจ แต่จู่ ๆ ลู่เฉินกลับหายตัวไป คนเหล่านั้นจึงสงสัย บางคนยังเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจว่า “คนผู้นั้นล่ะ?”
“เมื่อครู่ยังอยู่ตรงนี้ เหตุใดจึงหายไปแล้ว?”
“ไม่ใช่ว่าพ่อหนุ่มผู้นี้ถูกค่ายกลสังหารไปแล้วหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้ เมื่อครู่เขายังอยู่ตรงนั้น!”
…
ขณะที่คนเหล่านี้กำลังสงสัย ลู่เฉินก็มายืนอยู่ตรงหน้าของผู้นำ “สนุกพอหรือยัง?”
ทุกคนพลันตกตะลึงขึ้นมาก่อนจะรีบหันไปมอง แต่ผู้นำที่เห็นลู่เฉินอยู่เมื่อครู่กลับถูกชายหนุ่มใช้เถาวัลย์พันล้อมรอบกายไว้ ส่วนคนอื่น ๆ นั้นต่างก็คิดจะหนีออกไป แต่กลับถูกพันล้อมไว้เช่นกัน
และเนื่องจากคนเหล่านี้ยังไม่ถือว่าแข็งแกร่งมากนัก ทำให้แม้แต่เถาวัลย์นี้ก็ไม่สามารถทำลายมันได้
คนเหล่านี้จึงทำได้เพียงก่นด่าออกมา
บางคนยังข่มขู่ว่า “เจ้า! ผู้อาวุโสสำนักภูเขาภูตของเราต้องมาสังหารเจ้าแน่!”
“ใช่ ถ้าไม่อยากตาย จงร