าต้องจับองค์ชายทุกคนด้วยหรือไม่?”
พระสนมอู่หน้าเปลี่ยนสีไปทันที
องค์จักรพรรดิตรัสอีกครั้งว่า “เอาล่ะ มาคุยเรื่องสำคัญกันเถิด!”
“เรื่องสำคัญ?” ทุกคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่องค์จักรพรรดิมองไปยังลู่เฉิน “หมอเทวดา เจ้าก็เห็นแล้วว่าคนเหล่านี้เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ถ้าเจ้าต้องการอะไรก็ถามได้เลย!”
ทุกคนสงสัยว่าองค์จักรพรรดิต้องการให้เขาทำอะไร
ลู่เฉินกล่าวว่า “เขาซ่อนมันไว้อย่างดี… ทว่าข้าก็ยังจับเขาได้อยู่ดี!”
ทุกคนไม่รู้ว่าลู่เฉินพูดอะไร แต่แล้วองค์ชายเจ็ดก็พูดขึ้นมาอย่างดูถูก “จับอันใด?”
พระสนมอู่ถลึงตามากยิ่งขึ้น “พ่อหนุ่ม เจ้าอย่าเล่นตุกติก!”
องค์จักรพรรดิจึงได้บอกความลับระหว่างตนกับลู่เฉินให้ทุกคนฟัง เมื่อทุกคนรู้ว่างานวันนี้จัดขึ้นโดยลู่เฉินและองค์จักรพรรดิเพื่อใส่ร้ายทุกคน ทุกคนก็พลันตกใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางคนที่ต้องการใส่ร้ายลู่เฉิน พวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะซ่อนอาการ และทำได้เพียงหน้าถอดสี ขณะที่พระสนมอู่ถึงกับถลึงตาใส่ลู่เฉิน “พ่อหนุ่ม เจ้าอย่าใส่ร้ายข้า!”
องค์ชายเจ็ดเองก็หวาดกลัวเช่นกัน ส่วนองค์ชายรองยิ่งมีสีหน้าดูไม่ได้
หนานเหยามองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “เมื่อครู่พวกเจ้ายังปากดีอยู่เลยไม่ใช่หรือ? เหตุใดยามนี้ถึงกลัวนักเล่า?”
สีหน้าของคนเหล่านี้มืดมนยิ่ง แต่พวกเขาก็อดทนไว้ อย่างไรเสียพวกเขาในยามนี้ก็ไม่กล้าออกหน้า และไม่อยากเป็นกระสอบทรายของลู่เฉิน ขณะที่องค์จักรพรรดิยิ