าแปลกใจพลางเอ่ยถามว่า “นี่คืออะไร”
หนานเหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “สมบัติวิญญาณที่ทรงพลังมากชิ้นหนึ่ง”
หนานลัวยิ่งงงงวยยิ่งกว่าเดิม ทว่าชายหนุ่มไม่สนใจ เขาก้าวเข้าไปภายใน แต่ก็ได้พบเพียงร่างเงาราง ๆ ขององค์ชายเจ็ด ราวกับว่าเขาจะหายไปได้ทุกเมื่อ!
เมื่อลู่เฉินปรากฏตัว องค์ชายเจ็ดพลันเย้ยหยันทันที “เจ้าอยากจะขังข้างั้นหรือ? ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!”
ลู่เฉินใช้เคล็ดเถาวัลย์ธรณี แต่เคล็ดเถาวัลย์ธรณีไม่สามารถรั้งร่างเงาของอีกฝ่ายไว้ได้ ลู่เฉินจึงหยิบกู่ฉินเพลิงโบราณออกมาดีดท่วงทำนองดังกังวาน ทำให้องค์ชายเจ็ดกรีดร้องครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สุดท้ายคนคนนี้ก็หนีไปได้
สำหรับจางเชียนและคนอื่น ๆ พวกเขาต่างตัวสั่นกันไม่หยุด
ชายหนุ่มมองดูพวกเขาอย่างเย็นชา “เขาไปไหน”
คนเหล่านี้ต่างตื่นตระหนก แต่ลู่เฉินยิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบกว่าเดิม “ไม่พูดหรือ?”
หลังจากจางเชียน ตู๋ซานชิง และคนอื่น ๆ ตระหนักได้ว่าไม่อาจหลบหนีได้ ตู๋ซานชิงเป็นคนแรกที่ประนีประนอมก่อนจะพูดว่า “ข้า ข้าจะบอกเจ้า!”
“พูด!” ลู่เฉินกล่าวอย่างเย็นชา ตู๋ซานชิงจึงรีบอธิบายว่า “พระสนมอู่เพิ่งใช้วิธีลับเพื่อส่งตัวเขากลับออกไป”
“วิธีลับ?” ชายหนุ่มสงสัย ตู๋ซานชิงจึงกล่าวว่า “มีข่าวลือว่าวิธีลับของพระสนมอู่นั้นแปลกมาก แต่ไม่มีใครเคยเห็นด้วยตาตัวเอง ดังนั้นข้าแค่เดาเท่านั้น!”
ลู่เฉินพลันจมสู่ห้วงความคิด
ตู๋ซานชิงกำลังสั่นสะท้าน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจางเ