องค์ชายเจ็ดเองก็ตะโกนเช่นกัน “กินเม็ดยา!”
คำพูดเหล่านี้ได้เตือนสติเฮยเม่ย ส่วนลู่เฉินก็พลันชะงักไป เพราะเขารู้ว่าหากสตรีนางนี้กลืนยาเพิ่มพลังเข้าไป ‘กำแพงพันชั้น’ ของเขาอาจจะพังลงจริง ๆ
ลู่เฉินจึงวางแผนที่จะเปิด ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ เพื่อดูว่าเขาจะสามารถดูดนางเข้าไปได้หรือไม่
ทันทีที่ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ถูกโยนออกไป จู่ ๆ เฮยเม่ยก็หายตัวไปทันที
‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ จึงได้แต่ตั้งอยู่ข้างกายลู่เฉิน แต่ไม่สามารถดูดเฮยเม่ยเข้าไปได้
องค์ชายเจ็ดและคนอื่น ๆ รู้สึกถึงแรงดึงดูดที่กำลังดึงดูดพวกเขา คนเหล่านี้รีบถอยหนีด้วยความตกใจ ทั้งยังไม่กล้าเข้าใกล้ลู่เฉิน ขณะที่ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ พลางยิ้มออกมา “อันใดกัน? ไม่กล้าออกมาหรือ”
องค์ชายเจ็ดไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะมีสมบัติวิญญาณที่น่ากลัวเช่นนี้ จากนั้นเขาก็ก่นด่าสาปแช่งว่า “เจ้าหนุ่ม อย่าคิดว่าเฮยเม่ยจะกลัวเจ้าแม้เจ้าจะครอบครองสมบัติวิญญาณ!”
แม้ว่าจางเชียนจะไม่ได้พูด แต่สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายและโกรธายิ่งนัก ส่วนตู๋ซานชิงนั้นเอ่ยขู่ลู่เฉินว่า “เจ้าหนุ่ม รอก่อนเถอะ! นางจะปรากฏตัวข้างเจ้าเหมือนเงาตามตัว แล้วบดขยี้ร่างกายของเจ้าเสีย!”
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจ แต่ในตอนนี้เอง ใบมีดลมอันทรงพลังก็ตกลงมาจากยอดศีรษะของเขาในความมืด เป็นจังหวะเดียวกับที่ลู่เฉินเก็บ ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อถึงคราวที่เฮยเม่ยปรากฏตัว ชายหนุ่มก็หายตัวไปแล้ว นา