ที่สองให้ เช่นนี้ข้าก็จะสามารถทำให้มันเป็นรูปภาพเดียวกันได้ และสามารถหาทางเข้าไปยังแดนลับได้” ลู่เฉินยิ้มหยัน
เมื่อได้ยินดังนั้น หนานเหยาจึงยิ้มขบขันขึ้นมา “องค์ชายเจ็ดผู้นี้ช่างมีความพยายามนัก”
ทว่าหนานลัวกลับเอ่ยเตือนขึ้นมา “องค์ชายเจ็ด แต่ไหนแต่ไรจะไม่ยอมทำสิ่งที่ตนขาดผลประโยชน์เด็ดขาด ดังนั้นการเชิญครั้งนี้ ต้องมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่เป็นแน่”
หนานเหยาเห็นด้วย “แน่นอน มิเช่นนั้นคงไม่พยายามมากเช่นนี้ อีกทั้งยังนำสิ่งล้ำค่าเช่นนี้ออกมาด้วย”
ใครจะคิดว่าลู่เฉินกลับเก็บเทียบเชิญและแผนที่นั้นพลางยิ้มออกมา “คืนนี้ข้าจะไปหอดอกแก้ว”
พูดจบ เขาก็เดินเข้าจากไป ทิ้งให้หนานเหยารู้สึกงุนงง “อาจารย์ ท่านไม่ได้ล้อเล่นใช่หรือไม่?”
หนานลัวเองก็รู้สึกตกตะลึงเช่นกัน จึงเอ่ยถามขึ้นมา “คุณชายลู่ พรุ่งนี้ต้องเข้าวัง คืนนี้ท่านไม่ควรจะมีเรื่อง”
ลู่เฉินเดินไปพลางพูดไป “วางใจเถิด ลำพังความสามารถพวกเขา ต่อให้มีเวลาเพิ่มอีกร้อยปีก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้”
ชายหนุ่มพูดด้วยความมั่นใจ นี่ทำให้หนานเหยาไม่อาจโน้มน้าวอะไรต่อ ได้แต่เพียงเดินตามลู่เฉินไป “อาจารย์ เช่นนั้น ท่านพาข้าไปด้วยได้หรือไม่?”
“ที่นั่นมีแต่สตรี จะพาเจ้าไปทำไมกัน?” ลู่เฉินยิ้มเจื่อนออกมา หนานเหยาจึงพูดด้วยความร้อนใจ “ข้าสามารถแต่งกายเป็นชายได้ จากนั้นค่อยแฝงตัวเข้าไป คอยดูคนพวกนั้นว่าจะจัดการท่านอย่างไร!”
ลู่เฉินส่ายหน้าปฏิเสธ “ในเทียบเชิญเขียนไ