ล้ว!”
ชายหนุ่มให้องค์ชายหกเตรียมวัตถุดิบอย่างรวดเร็ว หลังจากเสร็จเรื่องยุ่ง ๆ ในเมืองพำนักเซียนแล้ว เขาก็ออกจากที่นี่พร้อมกับหนานลัวและคนอื่น ๆ ในวันรุ่งขึ้น
แต่หลังจากที่หนานหลิวส่งพวกเขาไปแล้ว เจ้าตัวก็ตะโกนบอกพวกเขาว่า “เจอกันพรุ่งนี้!”
หนานเหยารู้ว่าองค์ชายหกจะไปที่พระราชวังในวันพรุ่งนี้เช่นกัน นางจึงตอบกลับไปว่า “ได้ ลาก่อน”
ลู่เฉินและคนอื่น ๆ พลันออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว ในขณะที่หนานหลิวมองดูค่ายกลต่าง ๆ รอบเมืองพำนักเซียนอย่างตื่นเต้นพลางเอ่ยว่า “น่าทึ่งมาก!”
ทหารรักษาการณ์เหล่านั้นตะลึงงันไปทีละคน
บางคนถึงกับพูดว่า “องค์ชายหก ชายผู้นี้คือใครหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
เลี่ยอิงอยากทราบคำตอบเช่นกัน แต่หนานหลิวกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย “พวกเจ้าถามข้า ข้าจะถามใครดี?”
เลี่ยอิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมองลู่เฉินที่จากไปไกลแล้ว “เขา… ไม่ธรรมดาเลย”
“ข้าบอกแล้ว แต่พวกเจ้าก็ไม่เชื่อ” องค์ชายหกแย้มยิ้ม ขณะนั้นเลี่ยอิงก็หันกลับมาขอบคุณองค์ชายหก “ขอบพระคุณองค์ชายหกที่หยุดข้าไว้ ไม่ปล่อยให้ข้าก่อหายนะใหญ่”
“อันใดนะ? ไม่ประลองกับเขาแล้วหรือ?” องค์ชายหกถามด้วยความขบขัน
เลี่ยอิงยิ้มอย่างขมขื่น “ประลอง? ข้าเดาว่าข้าไม่สามารถแม้แต่จะฝ่าการป้องกันของเขาได้!”
“โอ้? ผู้อาวุโสมีการป้องกันที่แข็งแกร่งสินะ?” องค์ชายหกพึมพำอย่างสงสัย เลี่ยอิงจึงอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในภูเขาบ้าง
เมื่อทุกคนได้ยินว่าลู่เฉินสามารถต้านทานก