สิ่งใด ชายสวมงอบก็ตอบออกมาหมด
ประโยคแรกของลู่เฉินถามว่า “พูดชื่อของเจ้ามา”
“ข้าชื่อซูหนาน” ชายคนนั้นพูดอย่างสะลืมสะลือ ส่วนลู่เฉินก็ถามต่อไปว่า “แล้วเหตุใดเจ้าถึงมุ่งเป้าหมายไปที่ทหารรักษาการณ์ที่นี่?”
“ข้าจะทำให้ทหารรักษาการณ์ที่นี่ตื่นตระหนก จนกว่าทหารรักษาการณ์จะหนีไปจากเมืองนี้ และผู้คนที่นี่ก็จะจากไป”
“บีบให้ออกไป?”
“ใช่!”
“เจ้าจะบีบบังคับพวกเขาเพื่ออันใด?” ลู่เฉินถามต่อ ซูหนานจึงตอบว่า “ต้อนรับผู้อาวุโสของสำนักข้า”
ลู่เฉินรู้สึกงงงวย “สำนักของเจ้า?”
“สำนักแมลงมาร”
เมื่อได้ยินชื่อสำนักแมลงมาร เลี่ยอิงพลันตกตะลึง “เหตุใดสำนักที่หายไปนานปานนั้นถึงได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง”
“หายไปนาน?” ชายหนุ่มมองไปที่เลี่ยอิงอย่างสงสัย และเลี่ยอิงก็พูดอย่างใจดีว่า “เมื่อหมื่นปีก่อน สำนักนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่แล้วก็หายไปอีกครั้ง คิดไม่ถึงว่าจะปรากฏตัวอีกครั้ง”
ลู่เฉินไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับสำนักแมลงมาร ทว่าหลังจากที่เลี่ยอิงแนะนำให้รู้จัก เขาจึงถามซูหนานผู้นี้ว่า “สำนักของพวกเจ้าวางแผนจะทำอะไร?”
“เพาะเลี้ยงแมลงจำนวนมาก” ซูหนานตอบ
หลังจากที่เข้าใจแล้ว เขาก็มองไปที่เลี่ยอิงพลางเอ่ยว่า “ข้าจะมอบให้เจ้าจัดการต่อ”
เลี่ยอิงรับคำแล้วจึงคว้าตัวซูหนานที่ไม่ได้สติมา ส่วนลู่เฉินก็โบกมือไปที่ไหนสักแห่ง ก่อนที่เงาจะพลันมาถึงมือของชายหนุ่มและหายไป
เลี่ยอิงมองเห็นอะไรไม่ชัดเจน ดังนั้นเขาจึงมองไปที่อีกฝ่ายด้