ต่เขาก็ต้องก้มศีรษะของตนให้อีกฝ่าย “ข้าขอคำแนะนำจากเจ้า”
“โอ้ นี่เป็นท่าทีของการขอคำแนะนำจากผู้อื่นงั้นหรือ?” ลู่เฉินมองไปที่เลี่ยอิงด้วยรอยยิ้ม ส่วนเลี่ยอิงนั้นกัดฟันแน่น “ข้าขอร้องให้เจ้าบอกข้า!”
“หากอยากรู้ก็ตามข้ามา” หลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ เขาก็ไม่เอ่ยคำพูดใด ๆ อีก
เลี่ยอิงคิดสงสัย ‘เขารู้จริง ๆ หรือว่าชายคนนั้นไปที่ไหน?’
แต่ลู่เฉินกลับเงียบไปตลอดทาง ซึ่งทำให้เลี่ยอิงที่อยากคุยกับเขาหลายครั้ง แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ดังนั้นเขาจึงได้แต่เดินตามไปอย่างเงียบ ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่เฉินก็เดินออกมาจากเมือง
เลี่ยอิงงุนงง “จะออกไปนอกเมืองหรือ?”
“อืม เขาออกจากเมืองไปแล้ว!” ชายหนุ่มตอบ แต่หัวหน้าองครักษ์กลับพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “บอกคนอื่นก่อนดีหรือไม่?”
ลู่เฉินส่ายหัวปฏิเสธ “ไม่จำเป็น!”
เลี่ยอิงสงสัย “แต่เขาไปจากที่นี่แล้ว พวกเราจะหาเขาเจอได้อย่างไร?”
“อันใดนะ? ไม่เชื่อข้าหรือ?” เขาแย้มยิ้มให้เลี่ยอิง แต่เลี่ยอิงไม่กล้าที่จะสงสัยลู่เฉิน ดังนั้นจึงได้แต่ส่ายหัว “ไม่ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แค่…”
“ถ้าเจ้าอยากหาเขาพบ ก็แค่ตามไป อย่าได้พูดไร้สาระอีก” หลังจากที่ลู่เฉินพูดจบ เขาก็เดินไปที่ภูเขาใกล้ ๆ มุ่งตรงไปยังภูเขาที่มีค่ายกลจำนวนไม่น้อยเปล่งแสงสว่างวาบอยู่
ด้วยเหตุนี้อิงเลี่ยที่เดินมาถึงตีนเขาจึงตกตะลึง “ขึ้นไปที่นี่ไม่ได้”
“เพราะเหตุใด?”
“ภูเขานี้เป็นหนึ่งในเก้าภูเขาที่อันตรายของ