เรา ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าขึ้นไป” เลี่ยอิงอธิบาย ทว่าลู่เฉินเพียงมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “ไว้ใจข้าเถิด ตามข้ามา”
หลังจากพูดจบเขาก็เดินขึ้นไปบนภูเขา แต่เลี่ยอิงกลับร้อนใจเพราะเขาสัญญากับองค์ชายหกว่าจะรับผิดชอบความปลอดภัยของลู่เฉิน แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังจะขึ้นไปบนภูเขาที่อันตรายเสียอย่างนั้น!
สิ่งนี้ทำให้เลี่ยอิงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี แต่ลู่เฉินได้ก้าวไปห้าหรือหกก้าวแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรีบไป
หลังจากที่ขึ้นไปบนภูเขาแล้ว เลี่ยอิงก็มองไปรอบ ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เผลอเหยียบหรือหลงเข้าไปในค่ายกลอันตรายใด ๆ
ผู้ใดจะรู้ว่าฝีเท้าของลู่เฉินก็ยิ่งรวดเร็วขึ้น ทำให้เลี่ยอิงตื่นตะลึง “เอ่อ ช้าๆ หน่อย”
“คนคนนั้นอยู่บนยอดเขา”
หลังจากลู่เฉินพูดจบ เขาก็ก้าวเร็วกว่าเดิม ส่วนเลี่ยอิงก็เริ่มร้อนใจขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ลู่เฉินเดินไปจนสุดทางและไม่เป็นอันใดนั้น เลี่ยอิงพลันรู้สึกแปลก ๆ และบ่นในใจว่า ‘ไม่เป็นไรได้อย่างไร?’
ขณะที่เลี่ยอิงรู้สึกไม่เข้าใจ ลู่เฉินกลับพูดขึ้นว่า “จากนี้ทางที่เดินได้จะเล็กลงเรื่อย ๆ ดังนั้นเจ้าต้องติดตามข้าทุกย่างก้าว มิฉะนั้นเจ้าจะหลงเข้าไปในค่ายกล แล้วอย่ามาโทษว่าข้าไม่เตือนเจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เลี่ยอิงก็ถามแปลก ๆ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าค่ายกลอยู่ตำแหน่งใด?”
“มันอยู่รอบ ๆ!”
“อันใดนะ!?” เลี่ยอิงตกใจเพราะเขามองไปรอบ ๆ ทว่าก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ แต่เพื่อให้แน่ใ