นเกิดขึ้น ณ เมืองที่องค์ชายหกมีหน้าที่คุ้มครองอยู่ เด็กคนนี้จึงอยากรบกวนให้เจ้าช่วยเขาแก้ไขปัญหา…”
“เรื่องแปลกประหลาด?” ชายหนุ่มมีสีหน้างุนงง
หนานหลิวรีบเดินไปข้างหน้าและอธิบายว่า “มีคนที่ธาตุไฟเข้าแทรกโดยไม่มีต้นสายปลายเหตุอยู่เสมอ และหลังจากถูกขังไว้สองสามวัน พวกเขาจะกลายเป็นเมฆหมอกโลหิต ก่อนจะสลายหายไปในที่สุด”
“หมอกโลหิต!?…”
“ถูกต้อง!” หนานหลิวพยักหน้า ขณะที่ลู่เฉินถามกลับไปว่า “เมืองของเจ้าอยู่ไกลจากที่นี่หรือไม่?”
“ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันก็ไปถึงเมืองถัดไป”
ลู่เฉินพยักหน้า “เอาล่ะ ข้าจะช่วยเจ้าหลังจากที่ข้าทำงานเสร็จสิ้นแล้ว”
หลังจากเอ่ยจบ ลู่เฉินก็ตรงไปที่ค่ายกลในลานบ้าน และหลังจากที่ทุกคนเห็นเมฆหมอกสีดำ พวกเขาก็มองไม่เห็นลู่เฉินอีกต่อไป
หนานลัวและหนานเหยานั่งลงบนเก้าอี้หินเพื่อรอลู่เฉิน ขณะที่หนานหลิวมองไปที่พวกองครักษ์และเอ่ยตำหนิ “คราวหลังต้องสุภาพกับเขามากกว่านี้ เข้าใจหรือไม่?”
เลี่ยอิงไม่เข้าใจเล็กน้อย “องค์ชายหก เด็กคนนี้เป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน เขาจะสามารถช่วยเราแก้ปัญหาได้จริงหรือ?”
“เขาเป็นหมอเทวดา” หนานหลิวพูดอย่างตื่นเต้น
“หมอเทวดา?”
เลี่ยอิงและคนอื่น ๆ ไม่เชื่อ อีกทั้งยังมองหน้ากันไปมา
หนานหลิวเดินมาที่ด้านข้างของหนานเหยา และพูดกับหนานเหยาอย่างสุภาพว่า “เอ่อ ข้าควรจะเรียกท่านว่า?”
“เรียกข้าว่าผู้อาวุโสก็พอ!” หนานเหยาไม่ต้องการบอกคนอื่นเรื่องตัวตนของนาง
หนาน