ยให้หนานเหยาและคนอื่น ๆ อยู่ที่นี่ในขณะที่เขาเดินออกไป
ขณะที่หนานหลิวกำลังจะพูดอะไรบางอย่างนั้น ลู่เฉินก็ได้จากไปเสียแล้ว
หนานเหยาจึงพูดขึ้นว่า “รออาจารย์ของข้าทำธุระเสร็จสิ้นแล้วค่อยให้เขาช่วยเจ้า”
“ไม่เป็นไร” หนานหลิวยิ้มอย่างเคอะเขิน ในขณะที่องค์รักษ์เหล่านั้นกลับอารมณ์เสีย โดยเฉพาะเลี่ยอิงที่ขมวดคิ้ว “องค์ชายหก เขาไม่เห็นท่านในสายตาเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
“หุบปาก!” หนานหลิวจ้องเขม็ง เลี่ยอิงจึงไม่กล้าพูดอะไรไปมากกว่านี้ ส่วนคนอื่น ๆ ก็ทำได้เพียงแค่หดหู่ใจเท่านั้น
หนานเหยาอยู่ที่นั่นเพื่อปลอบขวัญหนานหลิว ในขณะที่หนานลัวอยากรู้ว่าลู่เฉินหายไปไหน
…
หลังจากนั้นไม่นาน ลู่เฉินก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงจวนหรูหราแห่งนั้น แต่แทนที่จะเข้าไปทางประตูหลัก เขากลับมาที่ประตูหลังของจวน เก็บกลิ่นอายของตนเองแล้วทะลุผ่านค่ายกลของจวน สุดท้ายจึงพาตัวเองมาถึงจวนหลักได้อย่างง่ายดาย
ทว่ารอบ ๆ จวนนั้นมีองครักษ์แอบซ่อนอยู่มากมาย ด้วยเหตุนี้ลู่เฉินจึงทำได้เพียงใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นลี้’ ร่วมกับ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อหลีกเลี่ยงคนเหล่านั้นทีละคน และในที่สุดก็มาถึงตัวอาคาร
ยามนี้สาวรับใช้ที่ว่านั้นกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในหอ
ทันทีที่ลู่เฉินปรากฏตัว เขาก็ขว้าง ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้นางติดต่อกับคนอื่น และทันทีที่สาวคนนี้ใช้เห็นลู่เฉิน นางก็ต้องการจะส่งเสียงตะโกน ทว่าก็สายเกินไปเสียแล้ว
ดังนั้นในอึดใจ