ับกล้าบุกเข้าไปหากลุ่มองครักษ์”
“เจ้าหนุ่มนี่ ไม่รู้หรือว่าที่นี่เป็นจวนของผู้อาวุโสสำนักตรวจการ”
“นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือองค์ชายหก! เขาก็อยู่ข้างในด้วย องครักษ์เหล่านี้ล้วนเป็นของเขา!”
ในขณะที่ทุกคนรู้สึกว่าลู่เฉินบ้าบิ่นเกินไป ชายหนุ่มผู้ถูกมองว่าบ้าบิ่นกลับเคลื่อนไหวได้เร็วมาก ไม่นานเขาก็แอบเข้าไปในจวนได้สำเร็จ
แน่นอนว่าตอนนี้เองก็มีกลุ่มองครักษ์อยู่ในจวนด้วย แต่ลู่เฉินไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน
ขณะที่ชายหนุ่มรีบรุดเข้าไปข้างใน องครักษ์คนหนึ่งพลันปรากฏตัวในชุดเกราะสีเงินพร้อมกล่องที่ด้านหลัง ดวงตาของเขาราวกับดวงตานกอินทรี เขาพูดขึ้นว่า “มีอะไรหรือ?”
“หัวหน้าเลี่ย เจ้าหมอนี่ต้องการจะบุกเข้ามาที่นี่!” องครักษ์คนหนึ่งรายงาน แล้วคนผู้นั้นก็มองไปที่ลู่เฉินชั่วขณะหนึ่งแล้วถามว่า “ข้าเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ขององค์ชายหก นามว่าเลี่ยอิง ไม่ทราบว่าเจ้าเป็นผู้ใด เหตุใดถึงต้องการบุกเข้ามาที่นี่?”
หลังจากเห็นว่าอีกฝ่ายสุภาพ ลู่เฉินก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าไม่ได้บุกเข้าไป”
“ไม่บุกเข้าไป แล้วเหตุใดองครักษ์ของข้าถึงไล่ตามเจ้า?” เลี่ยอิงจ้องมองมา
“นั่นก็เพราะที่นี่ ข้าเข้าและออกได้อย่างอิสระ”
“เข้าออกได้อย่างอิสระงั้นหรือ? ไร้สาระ!” เลี่ยอิงรู้สึกว่าสิ่งที่ลู่เฉินพูดนั้นช่างอุกอาจยิ่งนัก
“หากเจ้าไม่เชื่อ เจ้าสามารถถามหนานลัวผู้นั้นได้”
“นามของท่านเจ้ากรม เจ้าเรียกมั่วซั่วได้หรือ?” เลี่ยอิงรู้สึกว