่าลู่เฉินอวดดีเกินไป ฉับพลันนั้นปราณเพลิงกระบี่ก็พวยพุ่งขึ้นมาจากร่างกายของเขา ก่อนจะโหมเข้าใส่ลู่เฉินท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของเหล่าองครักษ์
“เจ้าหนุ่ม บอกแล้วว่าอย่าบุกเข้าไป รู้ไหมว่าตอนนี้กำลังเจอปัญหาใหญ่?”
“เจ้าหนุ่ม หัวหน้าของเราพูดคุยได้ ดังนั้นเจ้าควรพูดอย่างตรงไปตรงมา ยอมจำนนและออกไปจากที่นี่เสีย” บางคนก็ใจดีเอ่ยเตือน แต่บางคนเพียงหัวเราะและพูดว่า “ไอ้หนุ่ม ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่หายไปไหนแล้วล่ะ?”
ลู่เฉินส่ายหัวพลางเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าคิดว่าเจ้าควรเก็บปราณกระบี่ของเจ้าไปเสียดีกว่า มิฉะนั้น เจ้าจะเสียใจ”
ทุกคนไม่คาดคิดว่าลู่เฉินจะกล้าพูดเช่นนี้ใส่เลี่ยอิง ส่วนเลี่ยอิงนั้นเอ่ยตอบอย่างเย็นชาว่า “เช่นนั้นข้าก็ได้แต่ต้องจัดการเจ้าเสียก่อนแล้วค่อยคุย!”
เลี่ยอิงกล่าวจบก็สร้างปราณกระบี่ออกมาทีละสาย
ในพริบตานั้น ปราณกระบี่เพลิงก็พุ่งเข้าใส่ลู่เฉินทันที แต่ ‘กำแพงพันชั้น’ ของชายหนุ่มสามารถต้านทานปราณกระบี่เหล่านี้ได้
เลี่ยอิงจึงเผยท่าทีสงสัย “เจ้าเป็นใคร?”
“คำถามนี้ ให้ผู้อื่นอธิบายให้เจ้าฟัง” ลู่เฉินขี้เกียจเกินไปที่จะพูดเรื่องไร้สาระ เขาถามหลังจากมองไปรอบ ๆ “หนานลัวและคนอื่น ๆ อยู่ที่ไหน?”
“ข้าบอกว่าฐานะของท่านเจ้ากรม ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเรียกอย่างพล่อย ๆ ได้!” เลี่ยอิงเริ่มมีสีหน้ามืดมน จากนั้นเขาก็เปิดกล่องที่อยู่ข้างหลัง… กระบี่เพลิงพลันปรากฏขึ้นทันที!
กระบี่นี้เริ่มส่งเสีย