ังนั้นก็เผยรอยยิ้ม
“เจ้ายิ้มทำไมกัน?”
“ข้าออกเดินทางมานานหลายปี จะไม่เคยพบเจอหญิงสาวเลยหรือ?” ลู่เฉินว่า แต่หญิงสาวกลับสงสัยมากยิ่งขึ้น “เดินทางมาหลายปี?”
ชายหนุ่มไม่ได้อธิบายใด ๆ มากนัก เพียงนำฝ่ามือวางไว้บนไหล่ของนางต่อไป
หญิงสาวยังคิดจะหลบเลี่ยง แต่ลู่เฉินกลับพูดขึ้นมาว่า “ถ้าหากเจ้าขยับอีกครั้ง ข้าคงทำได้เพียงขยับค่ายกลอีกสักนิด เจ้าก็จะงีบหลับไป”
เมื่อได้ยินว่าอาจจะงีบหลับไป นางจึงตื่นตระหนก ลู่เฉินลงมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บมือกลับมาเช่นเดิม
ครั้นเห็นว่าลู่เฉินไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีกับตน นางจึงถอนหายใจคลายกังวลออกมา ทว่าก็ยังมีบางอย่างที่ยังไม่เข้าใจ “จัดการแล้วหรือ?”
ลู่เฉินปลดม่านหน้ากากนกยูงนั้น ทันใดนั้นก็เกิดพิษที่แพร่กระจายออกมา แต่เขากลับรีบเอามือคว้าเข้าที่พิษพวกนั้นทันที ทำให้หญิงสาวถึงกับตกตะลึง “เจ้าไม่กลัวพิษนี้หรือ?”
“เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวหรือ?”
หญิงสาวกลับยิ่งรู้สึกว่าลู่เฉินนั้นไม่ธรรมดาเสียเลย เมื่อเขานำม่านบังตาคืนให้กับนางแล้วก็เอ่ยออกมาอีกครั้ง “พิษถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว อักขระยันต์ก็เช่นกัน”
นางตรวจสอบดูด้วยความแปลกใจ ก่อนจะพบว่าภายในร่างกายของตนไม่อักขระยันต์อยู่แล้วจริง ๆ และพิษของม่านบังตานี้ก็ไม่มีแล้วเช่นกัน ในใจก็พลันรู้สึกตกตะลึงขึ้นมา “นี่”
“พูดมาเถิด เจ้ามีนามว่าอย่างไรในสำนักไสยมนต์ดำ แล้วดูแลเรื่องใดบ้าง?”
หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และลู่เฉินก็เ