อ่ยราวกับกดดันให้นางตอบ “ว่าอย่างไร? ยังคิดปิดบังหรือ?”
“ข้ามีนามว่าชิงหลิงเอ๋อร์ เป็นผู้มอบภารกิจพิเศษของสำนักไสยมนต์ดำ และเป็นหนึ่งในผู้นำทั้งสิบที่อยู่ในส่วนของแดนทักษิณา”
“ผู้นำทั้งสิบก็คือพวกเจ้าที่เป็นคณิกาทั้งสิบหรือ?” ลู่เฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัยชิงหลิงเอ๋อร์จึงขานรับ “พวกเรารับผิดชอบในส่วนการมอบภารกิจโดยเฉพาะ”
เมื่อเข้าใจแล้ว ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามต่อ “เช่นนั้น ผู้ใดเป็นคนให้เจ้ามาแก้แค้นข้า?”
“เรื่องนี้…” ชิงหลิงเอ๋อร์ครุ่นคิดขึ้นมา แต่ลู่เฉินกลับยิ้มแล้วเอ่ยว่า “บอกข้ามาตามความจริงเถิด ถึงแม้ข้าจะนำอักขระยันต์บนกายเจ้าออก แต่ข้าก็ได้ฝังอักขระยันต์หุ่นเชิดเข้าไปในกายเจ้าแทน!”
“ว่าอย่างไรนะ?” ชิงหลิงเอ๋อร์ตกตะลึง คนทำจึงยิ้มอย่างมีเลศนัย “ข้าผู้นี้ไม่ชอบทำให้ผู้ใดบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ยอมให้ใครไปฆ่าคนได้ง่าย ๆ ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลไป”
หญิงสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก “หรือว่าถ้าข้าบอกเจ้า ข้าจะเป็นอิสระ?”
“หลังจากบอกข้า เจ้าจงอยู่ในสำนักไสยมนต์ดำต่อไป หลังจากนี้หากมีเรื่องจำเป็น ข้าจะให้เจ้าช่วย” ลู่เฉินคิดว่าการปล่อยให้นางอยู่ในสถานที่เช่นนี้ จะเป็นการง่ายที่จะได้รู้ว่าผู้ที่คิดจะสังหารเขาหรือว่าต้องการลอบสังหารเขาเป็นใคร
ชิงหลิงเอ๋อร์ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างจึงเอ่ยขึ้นมา “เจ้านำจดหมายฉบับนั้นมาให้ข้า ข้าขอดูเสียหน่อย”
ลู่เฉินมอบจดหมายฉบับนั้นให้แก่ชิงหลิงเอ๋อร์ เมื่อนางตรว