้ากาก อีกสิ่งหนึ่งคืออักขระกลืนวิญญาณภายในร่างกายของพวกเจ้า!”
ทุกคนต่างตกตะลึง เพราะสิ่งที่ลู่เฉินพูดนั้นไม่ผิดแม้แต่น้อย
ส่วนหลัวซานั่นเริ่มกระวนกระวายขึ้นมา “ทันทีที่ถอดหน้ากากออก เมื่อนั้นจะเกิดไอพิษขับออกมา และหากไอพิษนี้ไม่สามารถฆ่าคนคนนั้นได้ในทันที อักขระกลืนวิญญาณก็จะเริ่มกลืนกินวิญญาณภายในระยะเวลาหนึ่งถ้วยชา!”
“ข้ารู้” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังหลัวซา
แต่สีหน้าของหลัวซาไม่สู้ดีเท่าใดนัก “เจ้ารู้ แต่ยังกล้าถอดออก?”
“ข้ามีวิธีจัดการ แต่อันดับแรก พวกเจ้าต้องร่วมมือกับข้า” ลู่เฉินมองหลัวซาด้วยรอยยิ้ม แต่หลัวซาไม่เชื่อ “อักขระกลืนวิญญาณนี้ซ่อนอยู่ในร่างกายของพวกข้า ไม่มีผู้ใดสามารถนำมันออกมาได้!”
มือสังหารคนอื่น ๆ ต่างก็คิดเช่นนี้ แต่ลู่เฉินกลับแสยะยิ้มออกมา “พูดเช่นนี้ หมายความว่าพวกเจ้าไม่อยากลองหรือ?”
“อยาก!” หลัวซาย่อมคิดอยากลอง แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือก ดังนั้นจึงกล่าวด้วยความร้อนใจขึ้นมา
ลู่เฉินได้ยินเช่นนั้นจึงเผยยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็เข้ามา!”
หลัวซาเดินเข้าไปด้วยความประหลาดใจ ลู่เฉินจึงโบกมือแล้วเอ่ยว่า “หันหลังให้ข้า!”
หลัวซากระวนกระวายใจเล็กน้อย แต่เพื่อจะให้ตนได้มีชีวิตรอดต่อไป เขาจึงหันหลัง จากนั้นจึงเอ่ยออกมาด้วยความกังวล “เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่ว่ามีวิธีที่จะรักษาข้าได้?”
“แน่นอน” ลู่เฉินกล่าวจบก็เอื้อมไปจับหัวไหล่ แล้วจึงค่อย ๆ หลับตาลง จากนั้นชายหนุ่มก็ใช้ทักษะในการทำลา