นั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงหันไปพูดกับสาวใช้ผู้นั้น “ส่งเขาออกไป!”
“เจ้าค่ะ!”
สาวใช้คิดจะส่งเขาออกไป แต่ตู๋เหล่าลิ่วกลับพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจว่า “จักรพรรดินี ท่าน… ท่านต้องจัดการชายผู้นั้นให้ได้ มิเช่นนั้นจะเดือดร้อนไม่จบสิ้น!”
“ข้ารู้แล้ว!” อีกฝ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ตู๋เหล่าลิ่วจึงยอมออกไปอย่างเสียมิได้
เมื่อตู๋เหล่าลิ่วถูกส่งออกไปจากจวนแล้ว สาวใช้คนดังกล่าวก็กลับเข้ามาภายในห้องแห่งความลับและคุกเข่าลง “จักรพรรดินี หลังจากนี้จะทำเช่นไรดีเจ้าคะ?”
“ให้คนของสำนักไสยมนต์ดำคิดหาวิธีจัดการชายผู้นั้นให้ได้ เรื่องราคานั้นตกลงกันได้!” หญิงสาวกล่าวออกมา สาวใช้จึงขานรับทันที “เจ้าค่ะ!”
จากนั้นสาวใช้ก็เดินออกไป ทว่าเสียงที่ดังมาจากภายในอินทรียังคงดังออกมาด้วยความโมโห “เรื่องใหญ่อันตรายกับข้า!”
…
เพียงไม่นาน ตู๋เหล่าลิ่วก็กลับมายังร่างเดิมของตนและได้พบกับว่านฉงหยาง ว่านฉงหยางจึงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น “เป็นเช่นไร? ได้พบนางหรือไม่?”
“ได้พบแล้ว แต่นางคือผู้ใด? เหตุใดจึงต้องเรียกนางว่าจักรพรรดินี?” ตู๋เหล่าลิ่วกล่าวถามด้วยความสงสัย
ว่านฉงหยางจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “นางมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดานัก พวกเราไม่สามารถไปยุ่งกับนางได้”
“อาจารย์ หรือว่าท่านทำเรื่องต่าง ๆ แทนนางมาโดยตลอด?”
“จะว่าเช่นนั้นก็ได้!” ว่านฉงหยางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ตู๋เหล่าลิ่วจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างมีความหวัง “หวัง