ต่พวกเจ้าเลย แม้จะเป็นผู้ฝึกตนขั้นแปลงเซียนก็ไม่สามารถเข้ามาได้!”
แต่ตู๋เหล่าลิ่วกลับกล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “อาจารย์ เขา เขามีความเชี่ยวชาญด้านค่ายกล!”
“วางใจเถิด ค่ายกลนี้ แม้จะเป็นปรมาจารย์ด้านค่ายกลที่เก่งกาจยิ่งนัก คนผู้นั้นก็ยังไม่สามารถเปิดออกได้!” ว่านฉงหยางมั่นใจว่าการขัดขวางลู่เฉินและคนอื่น ๆ นั้นไม่ใช่ปัญหา แต่หนานเหยากลับหัวเราะขึ้นมา “เช่นนั้น พวกเจ้าคงดูถูกอาจารย์ของข้าเกินไปเสียแล้ว!”
หนานลัวกลับไม่เอ่ยคำใด เพราะค่ายกลนี้ถือว่าไม่ง่ายนัก
ว่านฉงหยางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าดุร้าย “มาเถิด ข้าจะรอดูว่าพวกเจ้าจะสามารถเข้ามาได้หรือไม่!”
ทว่าผู้ใดจะคาดคิดว่าเมื่อสิ้นเสียงนั้น ลู่เฉินกลับเดินเข้าไปภายในค่ายกลราวกับว่าไม่มีอะไรที่จะสามารถขัดขวางเขาได้
ฉากนี้ทำให้ว่านฉงหยางถึงกับตกตะลึงขึ้นมา ส่วนตู๋เหล่าลิ่วเองก็ร้อนใจขึ้นมา “อาจารย์…”
หนานเหยาหัวเราะด้วยความพอใจ “กล้าดีอย่างไรจึงใช้ค่ายกลขัดขวางอาจารย์ของข้า ช่างจินตนาการได้ดีเสียจริง!”
หนานลัวมองด้วยความตกตะลึง ส่วนว่านฉงหยางรีบตะโกนไปยังตู๋เหล่าลิ่วทันที “เร็ว! ช่วยข้า! ร่วมมือกับข้าจัดการเขา!”
ตู๋เหล่าลิ่วตกตะลึง “อาจารย์ ตอนนี้ข้าไม่สามารถใช้พลังใดออกมาได้!”
ว่านฉงหยางไม่สบอารมณ์นัก เขาหันกลับมาจ้องลู่เฉินแล้วถามว่า “เจ้าเข้ามาแล้วอย่างไร?”
“ข้าเข้ามาแล้วก็หมายถึงสามารถจัดการเจ้าได้!”
“ตอนนี้ข้ามีลักษณะเป็นเพียงจิตวิญญาณ