การโจมตีไม่มีผลกับข้า” ว่านฉงหยางพูดจบก็คิดจะหลบหนีไป แต่ลู่เฉินกลับนำกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา
เมื่อเห็นกู่ฉินดังกล่าว ตู๋เหล่าลิ่วก็พลันตะโกนขึ้นมาทันที “อาจารย์ ระวัง!”
ทว่าสายไปเสียแล้ว
เมื่อลู่เฉินเคลื่อนไหว ว่านฉงหยางก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เป็นครั้งแรกที่หนานลัวเห็นการโจมตีที่น่ากลัวเช่นนี้ของลู่เฉิน เขาเบิกตากว้างปนรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ในใจ “ช่างเป็นคนที่น่ากลัวยิ่งนัก!”
ตู๋เหล่าลิ่วมีอาการตื่นตระหนก ส่วนว่านฉงหยางเมื่อถูกโจมตีอยู่หลายครั้งก็ยิ่งอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ ทว่าด้วยเหตุนี้เขาจึงยิ่งไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่ “รอก่อนเถิด! ข้า… ข้าจะทำให้พวกเจ้าตายทั้งเป็น!”
ครั้นเอ่ยจบ จู่ ๆ ว่านฉงหยางก็กลายเป็นแสงสว่างสีเขียวพุ่งเข้าไปในร่างของตู๋เหล่าลิ่ว ทันใดนั้นสายตาของตู๋เหล่าลิ่วก็มีแสงสว่างสีเขียวสว่างวาบขึ้นมาทันที เพียงไม่นานนัก ร่างทั้งร่างก็พุ่งไปยังกำแพงและหายไปในที่สุด
ลู่เฉินรีบเดินไปยังกำแพงก่อนจะพบว่าบนกำแพงนั้นมีอักขระยันต์แปลกตาเผยให้เห็น
หลังจากที่เขาทำลายมันแล้วก็ปรากฏทางเดินหนึ่งขึ้นมา ทว่าตู๋เหล่าลิ่วและว่านฉงหยางกลับหายไปแล้ว
หนานเหยากังวลใจขึ้นมาทันที “อาจารย์ เป็นอย่างไรบ้าง?”
ลู่เฉินยิ้มเย็นชาพลางเอ่ยว่า “หมอผีผู้นี้รู้เคล็ดวิชาลี้วิญญาณ!”
“เคล็ดวิชาลี้วิญญาณ?” หนานเหยาย้อนถามด้วยความแปลกใจ ขณะที่หนานลัวกลับกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึง “ก็คือการใช้ทักษะทางจิตวิญญาณในการ