หยางปฏิเสธที่จะยอมรับ แต่หนานเหยากลับยิ้มแปลก ๆ ออกมา “ไม่ต้องกังวล อีกเดี๋ยวข้าจะช่วยสอบปากคำเจ้าอย่างแน่นอน!”
ว่านฉงหยางตกใจกลัวและรีบหันมองไปที่จักรพรรดิทันที “พวก… พวกเขาจะล้างแค้นข้าเป็นการส่วนตัวอย่างแน่นอน!”
องค์จักรพรรดิไม่ได้ตรัสสิ่งใดออกมา แต่เป็นพระสนมอู่ที่กล่าวขึ้นว่า “ฝ่าบาทเพคะ ข้าคิดว่าเรื่องนี้สามารถมอบให้ผู้อื่นพิจารณาคดีได้”
“ข้าตัดสินใจแล้ว เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดอันใดอีก” จักรพรรดิกล่าวกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นชา ส่วนพระสนมอู่ก็กลัวที่จะทำให้องค์จักรพรรดิพิโรธ จึงรีบหุบปากอย่างรวดเร็ว ทว่าสายตาของนางยังคงจับจ้องไปที่ว่านฉงหยาง ราวกับว่านางกำลังมอบหมายงานบางอย่างอย่างไรอย่างนั้น
ว่านฉงหยางพลันสงบลงทันที
หลังจากที่พระสนมอู่มอบหมายงานแล้ว นางก็ยืนขึ้นและมองไปที่จักรพรรดิ “ฝ่าบาท ถ้าเช่นนั้นพระองค์พักผ่อนให้มาก พวกเราไม่ขอรบกวนพระองค์แล้ว!”
“ไม่ต้องรีบ ข้ายังมีอีกเรื่อง!” คำพูดของจักรพรรดิทำให้พระสนมอู่ลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย ในขณะที่หนานลัวอยากรู้ว่าจักรพรรดิจะทำอันใด
จักรพรรดิทอดพระเนตรฝูงชนในที่นี้แล้วตรัสว่า “สามวันให้หลัง ข้าจะไปพบกับขุนนางชั้นหนึ่ง คุณชายต่าง ๆ นายทหาร รวมทั้งเหล่าราชวงศ์ที่ตำหนักแดนทักษิณา”
หนานลัวชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถามขึ้นมาอย่างสงสัย “ฝ่าบาท พระองค์มีประสงค์อันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ข้าเพิ่งฟื้นจากอาการป่วยหนัก ไม่ได้พบทุกคนเสียนาน จึงอยากพูดคุยกับพวกเ