นจักรพรรดิก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ยิ่งไปกว่านั้น ขั้นพลังก็ยังค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาด้วย
เรื่องนี้ทำให้จักรพรรดิตกใจยิ่งนัก “ข้า… หายแล้ว?”
“อืม เอาล่ะ เพื่อตามหาคนพวกนั้น ข้าเดาว่าเจ้าต้องแกล้งป่วยไปก่อน” ลู่เฉินกล่าว ส่วนองค์จักรพรรดิก็เอ่ยอย่างเข้าใจว่า “ตกลง ประเดี๋ยวข้าจะให้คนเหล่านั้นไปปรากฏตัวในพระราชวังในอีกสามวันให้หลัง”
ลู่เฉินพยักหน้าและพูดว่า “ได้ ยามนี้เรามาดูหมอผีกันเถิด”
เมื่อได้ยินว่าหมอผีทำอันใดกับการรักษา องค์จักรพรรดิก็กลัดกลุ้มทันที “ข้าเฝ้าไว้ใจเขามาตลอด ทว่าเขากล้าทำเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร?”
“เขารู้ทักษะทางการแพทย์ไม่น้อย ตราบใดที่ควบคุมความคิดชั่วร้ายได้ สมบัติวิญญาณของเจ้าก็จะตรวจจับได้ยาก” คำพูดของลู่เฉินทำให้จักรพรรดิอ้าปากค้าง “อันใดนะ?”
“ข้าจะให้พวกเขาเข้ามาเดี๋ยวนี้ แล้วเจ้าค่อยฟังข้าทีหลัง”
“เจ้าต้องการให้ข้าร่วมมืออย่างไร?” จักรพรรดิมองไปยังลู่เฉิน ส่วนลู่เฉินก็เอ่ยขึ้นว่า “เมื่อแมลงเหล่านั้นบินวนรอบตัวเขา ให้คนมาจับเขาไว้ก็พอแล้ว จากนั้นก็ส่งให้หนานลัว อย่างไรก็เขาก็เป็นถึงเจ้ากรม ข้าจะร่วมมือกับเขาเพื่อตรวจสอบว่าเหตุใดหมอผีนั่นถึงต้องการควบคุมเจ้า”
“ได้!” หลังจากที่จักรพรรดิตอบรับแล้ว ลู่เฉินก็ขอให้เขาทำราวกับว่าตนกำลังป่วยหนักต่อไป องค์จักรพรรดิไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรวบรวมกลิ่นอายเอาไว้ จากนั้นก็แสร้งทำเป็นว่ากำลังจะตาย
เมื่อทุกอย่างถูกตร