ะเตรียมไว้แล้ว ลู่เฉินก็เดินไปที่ประตู
ว่านฉงหยางที่อยู่ข้างนอกคิดว่าเขาทำให้แมลงในเกราะการรักษาหลั่งสารพิษออกมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นและเอ่ยกับพระสนมอู่ว่า “เสร็จแล้ว”
พระสนมอู่ได้ยินเช่นนั้นก็พอใจมาก หลังจากนั้นไม่นาน จู่ ๆ ประตูก็เปิดออก
ลู่เฉินปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน หนานเหยาก้าวมาข้างหน้าอย่างตื่นเต้นและพูดว่า “ท่านอาจารย์ เป็นอย่างไรบ้าง?”
หนานลัวยังมองไปที่ลู่เฉินด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เซวียจินเองก็อยากรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ส่วนพระสนมอู่นั้น นางพาคนตรงเข้าไปในตำหนักด้านข้าง และเมื่อนางเห็นจักรพรรดิดูป่วยหนักมากกว่าเดิม นางก็โกรธขึ้นมาทันที “ทหาร จับเขาเดี๋ยวนี้!”
สตรีเหล่านั้นล้อมรอบลู่เฉินทันที ส่วนหนานเหยาก็ถามอย่างกระวนกระวายว่า “เจ้ากำลังทำอันใดอยู่?!”
“ทำอันใด? พวกเจ้าดูสิ อาการบาดเจ็บของจักรพรรดิรุนแรงขึ้นจนเกือบจะหมดสติไปแล้ว” พระสนมอู่พูดด้วยความโกรธเมื่อเห็นดวงตาของจักรพรรดิหรี่ลงเป็นเส้นตรง
หนานเหยาและหนานลัวจึงรีบหันมองดูทันที แล้วก็พบว่าองค์จักรพรรดินั้นก็ดู ‘ป่วยหนัก’ จริง ๆ
ว่านฉงหยางจ้องมองลู่เฉินแล้วเอ่ยว่า “หมอเทวดาอันใดกัน? ข้าว่าเขาคงมาสร้างความวุ่นวายเสียมากกว่า!”
“เจ้าเป็นคนสร้างความวุ่นวายมากกว่ากระมัง” ลู่เฉินกล่าวพลางจ้องว่านฉงหยางกลับไป ว่านฉงหยางราวกับโดนสบประมาท พลันตะโกนเสียงดังใส่ทันทีว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไร!?”
“เจ้าสร้างเกราะการรักษานี้ใช่หรื