อไม่?” ลู่เฉินถามกลับ ส่วนว่านฉงหยางก็พยักหน้าและพูดว่า “ใช่ ข้าเป็นผู้สร้างมัน!”
ทุกคนสงสัยว่าเหตุใดลู่เฉินถึงได้ถามเรื่องนี้ขึ้นมา ชายหนุ่มจึงชี้ไปที่เกราะนั้นแล้วพูดว่า “มีสิ่งแปลกปลอมมากมายบนเกราะนี้ ข้าคิดว่ามันเป็นของเจ้าด้วยสินะ”
หลังจากพูดจบ ตะขาบวิญญาณสีทองกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ว่านฉงหยางก็พลันตกใจ ขณะที่หนานลัวขมวดคิ้วแน่น “เกิดอันใดขึ้น?”
ส่วนหนานเหยาเองก็รู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น “เหตุใดถึงมีแมลงอยู่ที่นี่”
แน่นอนว่าพระสนมอู่รู้ว่ามันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่นางกลับคำและใส่ร้ายว่า “เจ้า! ข้าว่าแมลงพวกนี้เป็นของเจ้ามากกว่ากระมัง!”
“ของข้า?” ลู่เฉินคลี่ยิ้ม
“ไร้สาระ เจ้าเพิ่งมาที่นี่ ไม่เช่นนั้นจะเป็นของใครได้เล่า!?” พระสนมอู่ตะโกน
ชายหนุ่มหันไปมองว่านฉงหยางทันที “แมลงพวกนี้เป็นของเขา ไม่ใช่ของข้า!”
พระสนมอู่ย่อมไม่ยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของว่านฉงหยาง ดังนั้นนางจึงเย้ยหยันว่า “เมื่อครู่พวกเราทั้งหมดอยู่ข้างนอก เหตุใดถึงได้เป็นของเขากันเล่า?”
“เกราะแห่งนี้เขาเป็นคนสร้างขึ้น และแมลงเหล่านี้ก็เป็นหนึ่งเดียวกับเกราะ หากเจ้าบอกว่าไม่ใช่ของเขา แล้วจะเป็นของผู้ใดเล่า?” ลู่เฉินยิ้มออกมา เขามองไปที่พระสนมอู่ผู้กำลังกัดเขาแน่นไม่ยอมปล่อย
นางพระสนมอู่ตะคอกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว “ประเดี๋ยวข้าจับเจ้าไปเค้นเอาคำตอบก็รู้แล้วว่าเป็นของผู้ใด!”
หลังจากพูดจบ พ