เอ่ยจบ หนานลัวก็พาหนานเหยาและลู่เฉินจากไป
ว่านฉงหยางจ้องมองตามหลังคนเหล่านี้ด้วยสีหน้าเย็นชา “เจ้าคิดว่าข้าเป็นแค่สิ่งของตกแต่งงั้นหรือ?”
เมื่อว่านฉงหยางจากไป เหล่าองครักษ์ที่อยู่ใกล้เคียงต่างตกตะลึง ปกติหนานลัวมักจะไม่สนใจเรื่องต่าง ๆ นับประสาอะไรกับการปรากฏตัวในวังเพื่อเผชิญหน้ากับว่านฉงหยาง แต่วันนี้เขาเผชิญหน้ากับว่านฉงหยางเพื่อสตรีน้อยนางผู้หนึ่งจริง ๆ
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนสงสัยว่าตัวตนของแม่นางน้อยผู้นี้เป็นใคร และเหตุใดหนานลัวถึง ‘ดี’ ต่อนางเช่นนั้น
ในขณะที่ทุกคนอยากรู้อยากเห็น หนานลัวก็พาทั้งสองไปที่ห้องโถงด้านข้าง และด้านนอกห้องโถงด้านข้างยังมีกลุ่มองครักษ์ชุดเกราะดำคอยคุ้มกัน
ขณะเดียวกัน มีชายในชุดเกราะสีทองยืนนิ่งอยู่หน้าทหารรักษาพระองค์
เมื่อหนานลัวเห็นชายคนนั้น เขาพลันสุภาพขึ้นมา “ผู้บัญชาการเซวีย ข้าต้องการเข้าพบจักรพรรดิ!”
ชายคนนี้ดูมีอายุราวสี่สิบห้าสิบปี บนใบหน้ามีเคราสีทอง ที่เอวของเขามีดาบสีทองห้อยอยู่ อีกทั้งเขายังเป็นหัวหน้าองครักษ์ที่นี่ และยังเป็นผู้รับผิดชอบความปลอดภัยของจักรพรรดิ ส่วนความแข็งแกร่งของเขานั้นก้าวข้ามขั้นก่อกำเนิดไปแล้ว
หลังจากได้ยินสิ่งที่หนานลัวพูด เซวียจินก็พูดอย่างเย็นชาว่า “องค์จักรพรรดิสุขภาพไม่ดี หากเจ้าต้องการเข้าพบพระองค์ ข้าจำต้องถามพระองค์ก่อน”
“ไปเถิด” หนานลัวให้เซวียจินส่งต่อข้อความ แต่ในเวลานั้นเองว่านฉงหยางพลันปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งแล