ะเดินออกมาจากห้องโถงด้านข้างนี้
หนานเหยาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “มาถึงเร็วกว่าพวกเราอีกหรือ?”
“เมื่อครู่นี้เป็นเพียงร่างแยกของเขา ส่วนนี่คือร่างที่แท้จริงของเขา” ลู่เฉินพูดกับหนานเหยา ขณะที่หนานเหยาได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจขึ้นมา “อันใดนะ? เมื่อครู่นี้คือร่างแยกงั้นหรือ?”
หนานลัวเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน ส่วนว่านฉงหยางนั้นไม่คิดว่าลู่เฉินจะมองออก เขาพูดกับเซวียจินด้วยรอยยิ้มว่า “ผู้บัญชาการเซวีย ข้าเพิ่งให้ยาแก่จักรพรรดิ ดังนั้นในสองสามวันนี้ อย่าให้ผู้ใดเข้าใกล้เป็นอันขาด! เพื่อไม่ให้กระทบต่อยาหรือหากเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา เจ้าหรือข้าล้วนไม่อาจรับผิดชอบได้!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เซวียจินก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมองไปที่หนานลัวและพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “ท่านเจ้ากรม ท่านก็ได้ยินแล้ว”
สีหน้าหนานลัวไม่น่ามองเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่หนานเหยาพูดอย่างใจร้อนว่า “เจ้าก็แค่ไม่อยากให้พวกเราเข้าไป!”
ว่านฉงหยางมองหนานเหยาด้วยรอยยิ้ม “แม่นางน้อย ที่นี่คือพระราชวัง ไม่ใช่สถานที่สำหรับให้เจ้าไปวิ่งเล่น ดังนั้นเจ้าควรระวังคำพูดคำจา มิฉะนั้นรออีกประเดี๋ยว ข้าคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสั่งให้องครักษ์จับกุมเจ้า”
หนานเหยาพูดอย่างไม่เกรงกลัว “อย่างพวกเจ้าน่ะหรือ?”
ว่านฉงหยางไม่คาดคิดว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะเสียงดังขนาดนี้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงหันมองไปที่หนานลัวด้วยรอยยิ้ม “ท่านเจ้ากรม นางเป็นผู้ใดกัน ช่างไร้มารยา