้ว ด้วยเหตุนี้นางจึงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก “อาจารย์ ท่านเก่งกาจยิ่งนัก!”
“ไปกันเถอะ!” ลู่เฉินมองไปที่หนานเหยาด้วยรอยยิ้ม
หนานเหยาตอบรับและเป็นคนนำทางลู่เฉินอย่างตื่นเต้น ราวกับว่าได้กลับมาเยี่ยมบ้านอีกครา
แต่นครทักษิณาซึ่งเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์หนานโยวย่อมได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ดังนั้นทุกคนที่เข้าออกจากที่นี่จะต้องถูกตรวจสอบทีละคน เพื่อตรวจสอบว่าพวกเขาเป็นอาชญากรหรือไม่
ในตอนแรกลู่เฉินและหนานเหยาก็ไม่ต่างจากคนทั่วไป พวกเขาเข้ามาในเมืองอย่างราบรื่น แต่หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว หัวหน้าหน่วยทหารยามชุดเกราะสีเงินก็เดินออกมาจากด้านข้าง
ส่วนทหารยามคนอื่น ๆ ที่สวมชุดเกราะสีขาว เมื่อพวกเขาเห็นหัวหน้าก็เอ่ยทำความเคารพทันที “หัวหน้าเหยียน!”
ชายที่ถูกเรียกว่า ‘หัวหน้าเหยียน’ กล่าวกับพวกเขาว่า “ชายคนนี้มีปัญหา จับเขาไว้!”
และคนที่หัวหน้าเหยียนกล่าวถึงก็คือลู่เฉิน
ทว่าคนเหล่านั้นต่างรู้สึกงงงวยยิ่งนัก และบางคนก็พูดขึ้นว่า “หัวหน้าเหยียน เขาไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ต้องสงสัยนะขอรับ”
“ข้าตอบว่าใช่ก็คือใช่ ไยจึงต้องกล่าวไร้สาระเช่นนี้” ชายคนนั้นกลอกตา ทหารยามที่เหลือจึงไม่กล้าทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจอีก พวกเขาจึงล้อมรอบลู่เฉินและหนานเหยาไว้
หนานเหยาเริ่มโมโหขึ้นมา “เจ้าเป็นผู้ใด?”
“ข้าน่ะหรือ? หัวหน้าหน่วยทหารยามพิทักษ์นครหลวง เหยียนเฟิง!” ชายคนนั้นตอบอย่างเย็นชา ในขณะที่หนานเหยาได้เอ่ยถามด้วยคว