ามหงุดหงิดว่า “เหตุใดเจ้าถึงต้องจับอาจารย์ของข้า?”
“เพราะเขาก่ออาชญากรรม!”
“อาจารย์ของข้าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ไฉนจึงเป็นผู้ก่ออาชญากรรมไปเสียได้?” หนานเหยาพูดด้วยความโกรธเคือง ขณะที่เหยียนเฟิงกล่าวว่า “แม่นาง หากเจ้าไม่ต้องการถูกจับพร้อมกับเขา ก็จงอยู่ห่างจากเขาไว้!”
“เจ้ายังไม่ตอบคำถามของข้าเลย!” หนานเหยากล่าวเสียงเข้ม
ทหารยามเหล่านั้นคิดไม่ถึงว่าหนานเหยาจะรับมือได้ยากเพียงนี้ ขณะที่ฝูงชนใกล้เคียงต่างก็รู้สึกสงสัยว่าเกิดสิ่งใดขึ้น ไม่นานนักก็มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่บริเวณโดยรอบ และแม้แต่ผู้ฝึกตนบางคนก็ยังมาร่วมชมความครึกครื้น
เหยียนเฟิงจ้องมองหนานเหยาอย่างไม่สบอารมณ์ “ไยข้าต้องอธิบายให้เจ้าฟังด้วย!”
“จับคนโดยไม่อธิบาย? ทหารยามในนครทักษิณาไร้กฎระเบียบเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?” หนานเหยาตำหนิ แต่เหยียนเฟิงกลับตะโกนด้วยสีหน้าขุ่นเคือง “จัดการพวกมันให้ข้า!”
หนานเหยาตะโกนโต้กลับไปว่า “ผู้ใดกล้า!”
ทุกคนไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ที่กล้าท้าทายทหารยาม ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มถกเถียงกัน
“คนต่างถิ่นสองคนนี้บ้าไปแล้ว”
“นั่นน่ะสิ กล้าท้าทายทหารยามเลยหรือ?”
“พวกเขาจบเห่แน่แล้ว!”
ในขณะที่คนเหล่านี้กำลังคุยกัน เหยียนเฟิงก็จ้องมองไปยังคนที่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเสียที “พวกเจ้าจะรอไปถึงเมื่อใด?”
คนเหล่านั้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเตรียมที่จะลงมือ
“ผู้ใดก็ตามที่ทำเช่นนั้นจะต้องโชคร้าย!” คำพูดของหนานเหยาทำให้