ื่น ๆ ของเจ้าให้พบอย่างแน่นอน และจะหาคนที่ทรมานเจ้าจนเป็นเช่นนี้ให้ได้!”
จากนั้นลู่เฉินก็นำจิตวิญญาณของตนออกจากที่นี่และกลับไปยังกายเนื้อ ก่อนจะนำผลน้ำเต้าออกมาเก็บไว้ที่ตนเองและออกไปจากที่แห่งนี้
…
หลังจากที่ลู่เฉินเดินออกมาจากหุบเขาฟ้าศักดิ์สิทธิ์ คนของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นก็พากันเอ่ยแสดงความเคารพขึ้นมาทันที แต่ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไรกับพวกเขามากนัก เขาเพียงแค่เอ่ยลา จากนั้นก็ออกไปจากสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์
เมื่อลู่เฉินปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็กลับมายังสำนักเก้าสุขสงบแล้ว
เวลานี้ภายในสำนักเก้าสุขสงบราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะว่าทุกคนกำลังพยายาม ‘ฝึกฝน’ อยู่ บวกกับพลังปราณที่เต็มเปี่ยมจึงทำให้ทุกคนไม่อยากออกไปจากที่นี่แม้แต่ก้าวเดียว ดังนั้นทุกคนจึงดู ‘กระตือรือร้น’ เป็นอย่างมาก
ลู่เฉินตามหาฉินหลินเพื่อถามไถ่ว่ามีผู้ใดมาตามหาตนหรือไม่ เมื่อยืนยันแล้วว่าไม่มี เขาจึงหันหลังและจากไป
“อาจารย์ ในที่สุดท่านก็กลับมา!” ทว่าขณะนั้นเอง หนานเหยาที่ได้ข่าวว่าลู่เฉินกลับมาแล้วก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับยิ้มให้ลู่เฉิน
ลู่เฉินมองไปก็พบว่าขั้นพลังของนางได้ไปถึงขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อมแล้ว จึงกล่าวออกมาอย่างยินดีว่า “ช่างรวดเร็วนัก เพียงไม่นานก็สามารถบรรลุไปถึงขั้นก่อกำเนิดระดับสมบูรณ์พร้อมได้”
“เป็นเพราะค่ายกลของท่านอาจารย์นั้นดียิ่ง” หนานเหยาพูดด้วยความภูมิใจ
ลู่เฉินยิ้ม “พูดมาเถิด เ