นขณะที่ลู่เฉินเผยยิ้มขณะมองไปยังอีกฝ่ายแล้วกล่าวว่า “เป็นเช่นไร ข้าพูดไม่ผิด เมื่อมันเห็นข้า มันก็จะหวาดกลัวจนหนีไปเสียเอง”
“พ่อหนุ่ม เจ้า… เจ้าคือผู้ใดกันแน่!” ฉินเทียนเลี่ยมองไปยังลู่เฉินด้วยแววตาโกรธเคือง
“ข้าบอกแล้วว่าข้ามาเอาศาสตราวุธวิถีมาร”
“ฝันไปเถิด!” ฉินเทียนเลี่ยตะโกน จากนั้นจึงให้ผู้คนรอบ ๆ เข้าล้อมโจมตีลู่เฉิน ทว่า ‘กำแพงพันชั้น’ ของชายหนุ่มนั้นแข็งแกร่งเกินไป คนเหล่านี้จึงไม่สามารถทำลายได้ และไม่นานพวกเขาก็ยอมรามือไป
บางคนตะโกนมายังฉินเทียนเลี่ยว่า “เจ้าสำนัก พวก… พวกข้าว่าจะถอยไปด้านในเสียก่อน จากนั้นจะเคลื่อนค่ายกลปิดผนึก!”
“ใช่ เคลื่อนค่ายกลปิดผนึก!” มีคนตอบรับขึ้นมา
และคนอื่น ๆ ต่างก็พากันเห็นด้วย
ฉินเทียนเลี่ยจึงจ้องไปยังลู่เฉินและเอ่ยยั่วยุ “หากเจ้ามีความสามารถนักก็จงมานำไปเอง!”
ครั้นเอ่ยจบ ฉินเทียนเลี่ยก็พลันหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
ลู่เฉินมองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายหายไปก่อนจะเผยยิ้มประหลาดออกมา “ข้าจะรอดูว่าผนึกของพวกเจ้าคือสิ่งใด!”
จากนั้นลู่เฉินจึงเดินหายเข้าไปภายในหมอกหนาด้วยความมั่นใจ
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินก็ได้พบกับเขตแดนสีทองสว่างไสวราวกับแก้วที่ส่องประกาย และขณะเดียวกัน ภายในเขตแดนนี้ก็มีชายชราอยู่กลุ่มหนึ่ง!
ด้านหลังชายชรากลุ่มนี้ เป็นศิลาหินขนาดใหญ่ และบนศิลาหินนี้มีร่องรอยอยู่จำนวนมาก อีกทั้งตรงกลางของศิลาหินก็ยังมีผลน้ำเต้าสีม่วงเล็ก ๆ วางอยู่ ดูคล้า