ยกับต้องการจะปกปิดบางสิ่ง
เมื่อลู่เฉินจ้องมองอย่างละเอียดแล้ว เขาก็พบว่าด้านบนของมันมีไอมารหนาแน่นอยู่มากทีเดียว
“นี่ก็คือศาสตราวุธวิถีมารที่ว่านั่น?” เมื่อลู่เฉินมองเพียงครู่เดียวก็รู้ว่าสิ่งนี้คือศาสตราวุธวิธีมาร เขาจึงแสดงสีหน้าสงสัยออกมา ส่วนชายชราเหล่านั้นก็เริ่มพากันยั่วยุ
“พ่อหนุ่ม เจ้าเข้ามาไม่ได้หรอกหรือ?”
“พ่อหนุ่ม รู้หรือไม่ว่าผนึกนี้แข็งแกร่งเพียงใด?”
“พ่อหนุ่ม ลำพังแค่เจ้า? ยังกล้าคิดเป็นศัตรูกับสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์หรือ!”
…
ทว่าลู่เฉินกลับยิ้มและมองไปยังฉินเทียนเลี่ย “ศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ เวลานี้ถูกข้าสยบไปหมดแล้ว”
คำพูดดังกล่าวทำให้ฉินเทียนเลี่ยรู้สึกไม่สบายใจนัก “เป็นไปไม่ได้!”
“หากไม่เชื่อ เจ้าก็ลองติดต่อคนเหล่านั้นดูว่ายังมีผู้ใดสามารถติดต่อกับเจ้าได้หรือไม่”
อีกฝ่ายจึงคิดจะติดต่อกับเยว่เซียวซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุด ทว่าสุดท้ายแล้วก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ จึงทำให้เขาบันดาลโทสะออกมา “ผู้อาวุโสสูงสุดอยู่ที่ใด?!”
“ผู้อาวุโสสูงสุด? ก็อยู่กับข้า” ครั้นเอ่ยจบ ลู่เฉินจึงนำกู่ฉินออกมา ไม่นานนักก็มีเงาหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
เมื่อทุกคนเห็นร่างวิญญาณของเยว่เซียวที่ถูกลู่เฉินพันรัดตรึงไว้ แต่ละคนก็พากันเบิกตากว้าง
จนกระทั่งเมื่อเยว่เซียวเห็นฉินเทียนเลี่ย เขาก็พลันเริ่มดิ้นรนขัดขืน “เจ้าสำนัก ช่วย… ช่วยข้า!”
ฉินเทียนเลี่ยบันดาลโทสะจนกัดฟันกรอดทันที เขาจ้องมองไปยังลู่เฉ