ินแล้วตะคอกใส่ “พ่อหนุ่ม! สำนักฟ้าศักดิ์สิทธิ์ของข้าไม่เคยมีความคับแค้นใจใด ๆ กับเจ้า เหตุใดเจ้าจึงต้องทำเยี่ยงนี้!”
“ไม่มีความคับแค้นใจ? คำนี้เกรงว่าข้าจะต้องเป็นคนพูดเสียเอง”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ฉินเทียนเลี่ยเอ่ยถามด้วยความโมโห ลู่เฉินจึงเผยยิ้มเย็นชา “อู่เหยียน เหตุใดเขาจึงคิดร้ายต่อข้า?”
“เป็นเพราะเจ้าขโมยของเองไม่ใช่หรือ? เหตุใดจึงกลายเป็นว่าเขาใส่ร้ายเจ้ากัน?” ฉินเทียนเลี่ยไม่คิดว่าอู่เหยียนจะทำร้ายลู่เฉิน แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มประหลาดออกมา “เช่นนั้นเขาอยู่ที่ใด? เจ้ากล้าให้เขาออกมาหรือไม่?”
“เหตุใดข้าจึงต้องให้เขาออกมา?” ฉินเทียนเลี่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง
“ได้ รอให้ข้าจับเจ้าได้เสียก่อน แล้วข้าจะถามดี ๆ อีกครั้ง!”
ทันใดนั้น ลู่เฉินก็สามารถติดสินได้ว่าอู่เหยียนผู้นี้ต้องมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับพันธมิตรชิงรากวิญญาณเป็นแน่ มิเช่นนั้นคงไม่ทำร้ายเขาอย่างไร้สาเหตุ และยังสร้างโอกาสให้คนชิงเอารากวิญญาณของเขาหนีไปอีกด้วย!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ลู่เฉินจึงคิดอยากจะจับอู่เหยียนผู้นี้มาให้ได้
แต่ฉินเทียนเลี่ยกลับเบิกตากว้างพลางกล่าวว่า “คิดอยากจะจับข้า? เช่นนั้นก็คงต้องรอดูว่าเจ้าจะสามารถทำลายชั้นการป้องกันนี้ได้หรือไม่ แล้วจึงค่อยว่ากัน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เฉินก็พลันมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “การจัดการผนึกเช่นนี้ …เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”
“เรื่องเล็กน้อย? เจ้านี่ชอบพูดจาตลกน