ไว้พลางเอ่ยว่า “อย่าเสียแรงเปล่าเลย มันไร้ประโยชน์!”
ตู๋เหล่าลิ่วมองไปยังเยว่เซียวที่ดูอ่อนแรงพลางถามว่า “เหตุใดเจ้าถึงอยู่ที่นี่?”
“ถูกเขาจับมา” เยว่เซียวตอบด้วยความหดหู่ใจ
ตู๋เหล่าลิ่วจึงเอ่ยด้วยความเคียดแค้นว่า “ข้าจะต้องจับเขา และฆ่าเขาให้ตายให้ได้!”
“วิญญาณของเจ้าครึ่งหนึ่งอยู่ภายในนี้แล้ว ยังคิดจะแก้แค้นเขาเช่นไรอีก?” เยว่เซียวอดถามขึ้นมาไม่ได้
“ข้ายังมีอาจารย์ของข้า!” ตู๋เหล่าลิ่วพูดด้วยความมั่นใจ
เมื่อเยว่เซียวได้ยินดังนั้น เขาก็รู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมา “อาจารย์ของเจ้า?”
“ใช่ รอก่อนเถิด ข้าจะไปหาเขาด้วยตัวเอง!” ตู๋เหล่าลิ่วตะโกนออกมา จากนั้นจึงนั่งลงเพื่อพักผ่อน
…
ลู่เฉินเดินออกมาจากห้องหิน และบอกให้ทุกคนนำทางตนไปยังหุบเขาฟ้าศักดิ์สิทธิ์
รอบ ๆ หุบเขาฟ้าศักดิ์สิทธิ์นี้มีค่ายกลอยู่ และเมื่อมองเข้ามาจากภายนอกก็จะเห็นเพียงผืนหมอกหนา ไม่มีทางรู้ได้ว่าด้านในมีสถานการณ์เช่นไร
“คือที่นี่เอง” ซือตู๋เทียนกล่าวกับลู่เฉินด้วยความเคารพ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่เฉินก็พยักหน้า “เช่นนั้น ข้าจะเข้าไป”
เมื่อทุกคนได้ยินว่าลู่เฉินจะเข้าไป พวกเขาก็พลันกังวล สีหน้าของแต่ละคนดูแปลกไป ลู่เฉินจึงมองไปยังพวกเขาแล้วถามว่า “เหตุใดพวกเจ้าถึงแสดงอาการเช่นนี้?”
“ผู้อาวุโส ภายในนี้… น่ากลัวมาก!” ซือตู๋เทียนเริ่มพูดออกมาเป็นคนแรก ลวี่ซ่างเพียวจึงพูดเสริมว่า “หุบเขาแห่งนี้ หากผู้มาเยือนมีขั้นพลังบ่มเพาะต่ำ เมื