เข้าด้วยกัน สุดท้ายก็เหลือเพียงปราณกระบี่สองสามสายที่โจมตีไปยังเกราะป้องกันของจูเก๋อเทียน!
เกราะนั้นยามแรกยังมั่นคง แต่หลังจากโดนปราณกระบี่โจมตีติดต่อกัน มันก็พลันเกิดเสียง ‘ตูม ตูม’ ดังระรัว และตามมาด้วยเสียง….
‘เปรี๊ยะ’ คล้ายบางอย่างแตกออก!
หลังจากนั้นไม่นาน เกราะป้องกันก็แตกออก
และในเวลาเดียวกัน ปราณกระบี่สองสามสายก็พุ่งเข้าใส่ร่างของจูเก๋อเทียน ทำให้สีหน้าของอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นดูไม่ได้ ภายในร่างกายและจิตใจปั่นป่วนไปหมด
“เป็นอย่างไร จะต่อหรือไม่?” ลู่เฉินถามอีกฝ่าย
จูเก๋อเทียนตกใจกลัว
ศิษย์ที่อยู่รอบ ๆ ก็ตกตะลึงเช่นกัน เพราะคนเหล่านี้ไม่เคยคิดว่าลู่เฉินจะน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้แม้จะไร้ค่ายกลคอยช่วยก็ตาม!
“อันใด? ไม่ลงมือแล้ว?” เมื่อเห็นว่าจูเก๋อเทียนไม่ขยับเขยื้อน ลู่เฉินจึงยิ้มให้อีกฝ่าย ซึ่งขณะนี้ใบหน้าของจูเก๋อเทียนก็ได้กลายเป็นดูไม่ได้ไปเสียแล้ว “เจ้าคิดว่าเป็นเช่นนี้แล้วข้าจะประนีประนอมหรือ?
“โอ้? ดื้อรั้นเพียงนั้นเชียว?” ลู่เฉินมองจูเก๋อเทียนด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ ส่วนจูเก๋อเทียนก็หันหลังกลับเพื่อพยายามหนีไปจากที่นี่
“ขวางเขาไว้” ลู่เฉินกล่าว
ทันทีที่เปล่งคำพูดเหล่านี้ออกมา ผู้อาวุโสโดยรอบก็ก้าวไปข้างหน้าทีละคน และหยุดจูเก๋อเทียนเอาไว้
“พวกเจ้าคิดจะทำอันใด?!” จูเก๋อเทียนตะคอกถาม
“จูเก๋อเทียน เจ้าพูดความจริงมาเถิด” ลวี่ซ่างเพียวกล่าวขณะจ้องมองอีกฝ่าย
“ข้าไม่พูด!”
ทุกคนสงสัยว่าเหตุใ