ดจูเก๋อเทียนคนนี้ถึงได้ดื้อรั้นนัก
“เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าจะไม่พูด?” แต่ลู่เฉินเดินไปหาเขาพลางถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่พูด!”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าก็ไม่มีทางเลือกนอกจากทำตัวหยาบคายแล้ว!”
“ข้าไม่กลัวเจ้า!”
หลังจากกล่าวจบ จูเก๋อเทียนก็หยิบยันต์ลี้ธรณีออกมา พยายามที่จะหนีไปจากที่นี่ แต่ลู่เฉินกลับขว้าง ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ ออกไป ใช้แรงดูดของประตูลากร่างของอีกฝ่ายเข้าไปข้างในทันที
ทุกคนต่างพากันอ้าปากค้าง
“พวกเจ้ารอที่นี่” ชายหนุ่มหันมาเอ่ยกับทุกคน
จากนั้นลู่เฉินก็เข้าไปใน ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’
ภายใน ‘ประตูไร้สิ่งสรรพ’ นี้ หลังจากที่จูเก๋อเทียนถูกขังอยู่ในค่ายกล เขาก็ตะโกนด้วยความโกรธเคืองว่า “ปล่อยข้าออกไป!”
“เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือ?” ลู่เฉินถาม
เมื่อเห็นลู่เฉินปรากฏตัว จูเก๋อเทียนก็กล่าวอย่างเดือดดาล “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้าไม่กลัวเจ้า!”
“โอ้? เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้าไม่กลัว?”
“ใช่!”
“เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าได้สัมผัสกับค่ายกลนี้ก่อนก็แล้วกัน”
หลังจากเอ่ยจบ ค่ายกลของลู่เฉินก็เริ่มทำงาน ทำให้เกิดเสียงฟ้าร้องและเส้นสายอัสนีโหมกระหน่ำ ทำให้จูเก๋อเทียนที่ถูกโจมตีถึงกับเนื้อตัวไหม้เกรียม ทว่าเขาก็ยังคงดิ้นรนไม่คิดยินยอม “ข้า… ข้าไม่บอกเจ้า!”
“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องให้เจ้ากินยาเสียแล้ว”
“ยา? ยาอันใด?” จูเก๋อเทียนมีลางสังหรณ์ไม่ดี
ลู่เฉินเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ใช้เถาวัลย์รัดตัวอีกฝ่ายที่บาดเจ็บสาหัสเอาไว้ แล้วยัดยา