ด้เอ่ยถามด้วยความสงสัย “นี่คืออันใด?”
“สิ่งที่ทำให้เจ้าพูดความจริง” ลู่เฉินเอ่ยจบก็เดินเข้าไปในค่ายกล
เสี่ยเจี้ยนอยากจะหลบหลีก ทว่ามีค่ายกลขัดขวางไว้ มันบีบให้เสี่ยเจี้ยนได้รับบาดเจ็บสาหัสในเวลาอันสั้น และยังถูกเถาวัลย์ซึ่งมีหนามแหลมคมพันเอาไว้ เขาจึงไม่สามารถโคจรไอมารรวมทั้งเคลื่อนไหวร่างกายได้เลย!
“เจ้า… ปล่อยข้าไปนะ!” หลังจากที่เสี่ยเจี้ยนพบว่าขยับกายไม่ได้ เขาก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา แต่ลู่เฉินไม่ได้สนใจ และยัดยาเม็ดนั้นเข้าปากอีกฝ่ายทันที
เสี่ยเจี้ยนตกอยู่ในความงุนงงทันทีด้วยผลของยา เขามีท่าทีกึ่งหลับกึ่งตื่นคล้ายละเมอ ทำให้ผู้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ด้านหนึ่งเริ่มหวาดกลัว และพากันมองลู่เฉินอย่างหวาดหวั่น
ลู่เฉินไม่สนใจสายตาเหล่านั้น เขามองไปที่เสี่ยเจี้ยนด้วยรอยยิ้ม “บอกข้ามาว่าเจ้ามาที่นี่เพราะเหตุใด”
“ข้า… ศิษย์น้องหญิงของข้า… ให้ข้ามาที่นี่… เพื่อหาโอกาสจับเจ้า”
“หาโอกาส?”
“ใช่ หลังจากที่เจ้าและสำนักเก้าสุขสงบพ่ายแพ้ต่อคนของแดนศักดิ์สิทธิ์ พวกข้าจะฉวยโอกาสจับเจ้า” เสี่ยเจี้ยนพูดออกมาด้วยความงุนงง
“แล้วใครเปลี่ยนร่างให้เถียนอวิ๋นเมิ่ง?”
“อาจารย์ของข้า ผู้อาวุโสม่อ” เสี่ยเจี้ยนตอบ ในขณะที่ลู่เฉินค่อย ๆ คลี่ยิ้มแล้วถามต่อ “แล้วศิษย์น้องหญิงของเจ้าติดต่อเจ้าได้อย่างไร? และตอนนี้นางอยู่ที่ใด?”
เสี่ยเจี้ยนพูดถึงกระจก และหลังจากค้นตัวอีกฝ่ายแล้ว ลู่เฉินก็พลันหยิบกระจกออกมาเก็บ