ำนักขอรับ”
“เจ้าหาทางดึงดูดความสนใจของพวกคนจากสำนักต่าง ๆ เหล่านั้น ข้าจะลองใช้เคล็ดวิชาลี้มารดูว่าจะเข้าถึงตัวเขาและพาเขาออกไปได้หรือไม่” หลังจากที่สตรีนางนั้นเอ่ยจบ นางก็หันหลังกลับและหายไป
หลันหยาอึ้งไปพักหนึ่ง จากนั้นจำต้องหาคนไปช่วยเตรียมการ
บนเนินเขาเล็ก ๆ ตรงข้ามภูเขาเก้าสุขสงบในยามนี้ กู่ทงยืนอยู่ตรงนั้นและหัวเราะเยาะใส่ลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม ครั้งนี้ต่อให้เจ้ามีปีกก็ยากจะบินหนีไปได้!”
เยว่เซียวเองก็สาวเท้าออกมา แม้ว่าจะไม่มีพลังบ่มเพาะแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังคงมีน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
“เจ้าหนุ่ม ผู้อาวุโสกู่เป็นผู้นำศึกในวันนี้ ทั้งเจ้าและสำนักเก้าสุขสงบจะกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์โดยแน่แท้ เตรียมใจไว้ได้เลย!” เยว่เซียวเย้ยหยัน
นอกจากเยว่เซียวแล้วยังมีโหย่วหลงอีกคน แต่โหย่วหลงไม่พูดพร่ำสิ่งใด เพียงแค่ยืนอยู่ที่นั่น จ้องมองลู่เฉินอย่างเย็นชา และเกิดความสงสัยในใจว่า ‘เจ้าหนุ่มผู้นี้ ไม่คิดจะหนีไปงั้นหรือ?’
หลายคนต่างสงสัยว่าเหตุใดลู่เฉินจึงไม่หลบหนี
คาดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะเอ่ยขึ้นมาว่า “อย่าว่าแต่พวกเจ้าเลย แม้ว่าจะมีผู้คนมากมาย พวกเจ้าก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลสำนักเก้าสุขสงบได้”
กู่ทงหัวเราะเสียงดังลั่นหลังจากได้ยินเช่นนั้น “ข้าบอกเจ้าแล้วกันว่าข้าได้ตั้งค่ายกลใหญ่ไว้ที่นี่แล้ว และตราบใดที่ผู้คนจากสำนักต่าง ๆ เข้าไป ค่ายกลจะเปิดใช้งานในเวลานั้น เพียงไม่นานข้ารับรองได้ว่าค่ายกลของสำนักเก้าสุข